วิธีปลูกผักชีลาว การเตรียมดิน การปลูก และการดูแล

ผักชีลาว เป็นพืชตระกูลเดียวกับผักชี มี 2 พันธุ์หลัก ได้แก่พันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน

ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anethum graveolens Linn. อยู่ในวงศ์ Umbelliferae ในไทยนิยมปลูกเพื่อกินเป็นผักแกล้มมากกว่านำมาใช้ทำเป็นเครื่องเทศ

ลักษณะทั่วไป เป็นพืชล้มลุกมีลำต้นขนาดเล็กสีเขียวเข้ม ใบประกอบลักษณะคล้ายขนนก สีเขียวสด เรียงสลับกัน มีดอกขนาดเล็กสีเหลือง มักออกเป็นช่อ

ก้านช่อดอกรูปร่างคล้ายโครงร่ม ออกผลเป็นรูปไข่แบน เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลอมเหลือง หากต้องการนำมารับประทานสดต้องเก็บก่อนที่จะออกดอก ในช่วงประมาณ 60 วันหลังเริ่มปลูก

การปลูก ต้องการดินที่อุดมสมบูรณ์ ไม่เป็นกรดมากเกินไป ควรเตรียมดินโดยใช้ปุ๋ยคลุกกับดิน นิยมใช้เมล็ดพันธุ์ในการปลูก โดยเลือกหว่านหรือหย่อนเมล็ดลงหลุม ห่างกันราว 15 ซ.ม.

การเตรียมดินในการปลูกผักชีลาว

มีการฟื้นดิน ตากแดดให้แห้งเพื่อทำลายเชื้อโรคและวัชพืช ที่อยู่ในดิน ทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน หลังจากนั้นก็ทำการ พรวนดิน เก็บเศษวัชพืชต่างๆ

และนำปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วมาใส่คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน ทั้งนี้เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของดิน ถ้าพบว่าดินเป็นกรด ควรนำปูนขาวมาคลุกกับดินเพื่อปรับสภาพของดินให้เหมาะในการเพาะปลูก

วิธีปลูก ผักชีลาว

วิธีที่ 1 เตรียมเมล็ดพันธุ์ที่จะใช้ในการปลูก แล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ให้ทั่วแปลง

วิธีที่ 2 วัดระยะห่างของหลุมประมาณ 15 x 15 เซนติเมตร ใช้ไม้ขีดเป็นตารางให้เท่าๆ กัน ใช้ไม้หรือนิ้วจิ้ม แล้ว หยอดเมล็ดลงตามตารางที่ขีดไว้ เสร็จแล้วจึงใช้ดินกบแล้วรดน้ำด้วยบัวรดน้ำ

สรรพคุณ และ ประโยชน์ของผักชีลาว

ผลแก่

นำผลแก่แห้งของผักชีลาวบดให้เป็นผงชงกับน้ำดื่มวันละ 4-5 แก้ว แก้อาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืดท้อง เฟ้อ ช่วยขับลม

ใช้ต้นสดของผักชีลาวผสมกับนมให้เด็กอ่อนดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อได้เช่นกัน ส่วนน้ำมันมักใช้ผสมใน ยาย่อยอาหาร ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ทั้งต้น

แก้บวม แก้เหน็บชา ขับเหงื่อ เมล็ด ทำให้ผายลมและเรอ แก้หอบ บำรุงปอด แก้ไอ แก้ลมที่ทำให้สะอึก แก้ ลมวิงเวียน แก้อาเจียน ผล ขับลม แก้ไอ แก้หอบหืด

และแก้คลื่นไส้อาเจียน ใบ มีผลดีต่อกระเพาะ ม้าม และตับ มี วิตามินเอ ช่วยการทำงานของกระเพาะ