“ใบตะไคร้” ไม่ไร้ค่า

สวัสดีค่ะ แอดมินคาดว่าโดยปกติ เราก็จะรับประทานเพียงลำต้นของตะไคร้ใช่ไหมค่ะ ไม่ว่าจะเอามาเป็นเครื่องเทศ หรือเอามาทำชา ส่วนใบของตะไคร้นั้นเราก็จะตัดทิ้งไป แต่ใครจะรู้ว่า ในส่วนที่เราตัดทิ้งนั้น สามารถสร้างรายได้ให้เราอีกไม่น้อยเลยค่ะ

เกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เริ่มหันมาสนใจการปลูกตะไคร้ขายใบ เนื่องจากใช้เวลาไม่นานก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ ทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญตะไคร้เป็นพืชที่มีอายุยืนนาน

ตะไคร้ เป็นสมุนไพรพื้นบ้านและเป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย โตไว ไร้แมลงกวน เป็นพืชที่ลงทุนน้อย แต่ไม่ต้องดูแลมากมาย แถมยังได้กำไรดี จึงมีการเริ่มปลูกตะไคร้กันมากขึ้น

นอกจากจะขายต้นของตะไคร้แล้ว ยังสามารถขายใบ เพิ่มมูลค่าให้กับพืชได้อีกด้วย ในปัจจุบันเกษตรกรหลาย ๆ จังหวัด เริ่มให้ความสนใจหันมาปลูกตะไคร้ขายใบมากขึ้น

การปลุกตะไคร้ของเกษตรกร ที่ตำบลหนองหมู อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี ที่นี่ปลูกตัดขายตลอดทั้งปีและส่งออกขายไปทั่วโลก แปลงตะไคร้กว่า 100 ไร่

เป็นของคุณพยนต์ มูลเกิด หนุ่มวิศวกรผู้มีใจรักในการทำการเกษตร ได้ปรับพื้นที่สวนส้มเขียวหวานหันมาปลูกตะไคร้ สร้างรายได้มากว่า 10 ปี

คุณพยนต์กล่าวว่า “ตะไคร้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ปลุกง่าย โรคแมลงน้อย เป็นที่ต้องการของตลาด เป็นพืชลงทุนน้อย ไม่ต้องดูแลแต่ได้กำไรดี เป็นที่ต้องการของโรงงานและตลาดไทย”

วิธีการปลูกตะไคร้

สำหรับการปลูกตะไคร้บนร่อง จะต้องพรวนดินและตากดินไว้ 7 วัน ย่อยดินให้ละเอียด ใส่ปุ๋ยอินทรรย์ ปุ๋ยเคมี คลุกเคล้าให้เข้ากับดิน จากนั้นขุดหลุมปลูก ระยะห่างระหว่างต้นและระหว่างแถว 1 เมตร

ก่อนจะนำท่อนพันธุ์ ที่ตัดใบออก ให้เหลือความยาว 30-40 เซนติเมตร ลงปลูกในหลุม หลุมละ 2 ต้น โดยวางต้นพันธุ์ให้เอียง 45 องศา ไปด้านใดด้านหนึ่ง แล้วกลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม

อีกหนึ่งวิธี คือ การปลูกในหลุมดินเลน ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว โดยตักดินเลนใส่ลงในหลุมแบบนี้ จากนั้นนำท่อนพันธุ์ปักลงไป หลุมละ 2 ต้น โดยระยะห่างระหว่างต้นและแถวเหมือนกับการปลูกบนร่อง เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย

และหลังจากปลูกแล้ว ในช่วง 15 วันแรก จะให้น้ำทุกวัน จากนั้นจะให้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยจะใช้เรือติดเครื่องสูบน้ำฉีดพ่นในช่วงเช้าแบบนี้

นอกจากนี้ แต่ละเดือนจะกำจัดวัชพืชภายในแปลงให้โล่งสะอาดอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้ไปแย่งอาหาร ทำให้ผลผลิตที่ออกมามีคุณภาพ โดยแต่ละวัน สวนแห่งนี้ ตัดตะไคร้ส่งขายเฉลี่ยเดือนละ 90 ตัน

ส่วนใบตะไคร้เขียว ๆ ที่เหลือก็สามารถสร้างรายได้ให้เช่นกัน ตัดใบขาย เพื่อส่งโรงงานแปรรูปเป็นชา โดยตัดใบเขียวที่โตเต็มที่ มีอายุ 4 เดือน ตัด 1 รอบ หลังจากนั้นรอให้แตกใบใหม่ อีกประมาณ 20 วัน ถึงตัดครั้งต่อไป หากขายสด กิโลกรัมละ 2.5 บาท แต่ถ้าหากมีที่ตาก สามารถสับแล้วตากแห้ง จะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 13-15 บาท เลยทีเดียว

หากใครที่สนใจ อยากจะลองปลูกบ้าง ไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สวนกายกานต์ เลขที่ 13 หมู่ 5 ต.หนองหมู อ.วิหารแดง จ.สระบุรี โทรศัพท์ 08-1806-9899

ข้อมูลจาก .technologychaoban.com