อุทาหรณ์ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เซ็นค้ำซื้อกระบะให้ผู้ใหญ่บ้าน ถูกฟ้องยึดที่ดินมรดกพร้อมสวนย าง

นายสมบูรณ์ บุญเรืองศรี อายุ 65 ปี อ ดี ต ผู้ ช่ ว ย ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พร้อมนางแป บุญเรืองศรี ภรรย า ขอความช่วยเหลือในวันนี้ จ า กการที่เคยเซ็นค้ำประกันให้ผู้ใหญ่บ้านซื้อรถกระบะ ในราคาประมาณ 300,000 กว่าบ าท

แต่สุดท้ายกลับถูกบริษัทฟ้องยึดทรัพย์สินเป็นที่ดินมรดกตกทอดจ า กพ่อแม่ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน พร้อมต้นย างพารา และสิ่งปลูกสร้างจำนวน 2 หลัง ซึ่งที่ดินบริเวณดังกล่าวปัจจุบันให้ลูกชายสร้างบ้านพักอาศัย และใช้ทำมาหากินโดยการปลูกย างพารา และเลี้ยงเป็ดเก็บไข่ข าย

อ ดี ต ผู้ ช่ ว ย ผู้ ใ ห ญ่ บ้ า น รายนี้ เล่าว่า ประมาณปี 2558 ผู้ใหญ่บ้านขอร้องให้ตนเองเซ็นค้ำประกันซื้อรถยนต์กระบะกับเต็นท์รถแห่งหนึ่งให้ ด้วยความที่เห็นว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านและคุ้นเคยกันเพราะผู้ใหญ่ก็มีศักดิ์เป็นหลานเขย จึงยอมเซ็นค้ำให้ โดยราคารถประมาณ 300,000 บ าทเศษ ดาวน์ประมาณ 20,000 ค่างวดเดือนละ 6,000 บ าท

นายสมบูรณ์ เล่าต่อไปว่า แต่พอผู้ใหญ่บ้านนำมาใช้งานได้ประมาณ 3 – 4 เดือนก็มีปัญหาต้องซ่อมตลอด จึงแจ้งให้ทางบริษัททราบว่าต้องการคืนรถ จ า กนั้นก็มีตัวแทนบริษัทมารับรถยนต์กลับคืนไป ซึ่งขณะนั้นทางผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ค้างค่างวด แต่ทางบริษัทบอกว่าต้องจ่ายค่าสึกหรอรถเพิ่มอีก 36,000 บ าท แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมจ่ายเพราะเข้าใจว่าให้รถคืนไปแล้วและก็ไม่ได้ค้างค่างวดด้วย ทำไมจะต้องจ่ายค่าสึกหรออีก

ต่อมาเมื่อปี 2560 มีหนังสือจ า กบริษัทไฟแนนท์ส่งมาหาตนเองในฐานะคนค้ำ ประกันเพื่อทวงถามเ งิ นค่าสึกหรอ 36,000 บ าทด้วย ตนจึงได้ไปสอบถามกับทางผู้ใหญ่บ้าน แต่ผู้ใหญ่บอกแค่ว่าไม่มีปัญหาหรอกเดี๋ยวจัดการเอง ซึ่งตนก็เชื่อใจ คิดว่าผู้ใหญ่คงจะไม่ปล่อยให้เกิดปัญหา แต่หลังจ า กนั้นทางบริษัทก็มีหนังสือทวงถามค่าสึกหรอรถพร้อมดอกเบี้ยมาอีกเป็นเ งิ นรวมทั้งสิ้น 105,000 บ าท แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่เห็นทำอะไรได้แต่บอกว่าไม่มีปัญหาเดี๋ยวจัดการเอง

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2562 ก็มีหนังสือจ า กสำนักงานบังคับคดีมาติดที่หน้าบ้านของลูกชาย ประกาศแจ้งว่าทางศาลจังหวัดบุรีรัมย์ มีหมายให้บังคับคดียึดทรัพย์สินที่ดินบริเวณดังกล่าวแล้ว พร้อมต้นย างพารา และสิ่งปลูกสร้างอีก 2 หลังที่อยู่ในที่ดินดังกล่าวด้วย

ทั้งตนเองและครอบครัวก็ตกใจมาก จึงรีบนำหมายบังคับคดีไปสอบถามผู้ใหญ่บ้าน จ า กนั้นก็ผู้ใหญ่บ้านและตนเองก็ได้ติดต่อสำนักงานบังคับคดีต ามที่ได้รับหมาย ก็ได้รับคำตอบว่าให้หาเ งิ นไปจ่ายให้กับทางบริษัทที่เป็นโจทย์ยื่นฟ้องจำนวน 105,000 บ าท

กรณีดังกล่าว ตนอย ากร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอ จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรม หาแนวทางช่วยเหลือด้วย เพราะตนเองไปพูดคุยกับทางผู้ใหญ่บ้านหลายครั้งแล้ว ก็ไม่ยอมรับผิดชอบนำเ งิ นไปจ่าย

ส่วนตัวเองคงไม่มีปัญญาเ งิ นไปจ่ายเพราะปัจจุบันตนเองและภรรย าก็อาศัยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และรอเ งิ นจ า กลูกที่ส่งมาให้ใช้เท่านั้นไม่มีรายได้อะไร ทุกวันนี้ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะหากถูกยึดที่ดังกล่าวแล้วลูกชายจะเอาที่ดินไหนทำมาหากิน

อุทาหรณ์ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เซ็นค้ำซื้อกระบะให้ผู้ใหญ่บ้าน ถูกฟ้องยึดที่ดินมรดก

เรียบเรียงโดย 1ไร่ไม่จ น