จะเริ่มต้นทำเกษตร ทำไร่ ทำสวน จะต้องเริ่มอย่ า งไร ต ามหลักของในหลวง ร.9

เกษตรทฤษฎีใหม่ ต ามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในแบบฉบับครัวเรือนที่ใคร ๆ ก็ทำต ามได้ แล้วจะรู้ว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 แค่อย ากเห็นคนไทยพึ่งพาตนเองได้อย่ างยั่งยืนก็เท่านั้นเอง

ทำไร่ทำสวน

หนทางที่แสนย าวไกลของชี วิ ตมันจะไม่ย ากเลยสักนิดหากคิดและทำให้รอบคอบต ามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราเคยมองเห็น เคยได้ยิน เคยคิดและเคยพูดอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังไม่เคยลงมือทำ ฉะนั้นหนทางมันจึงดูย ากเย็นไปโดยปริย าย

ดังนั้นวันนี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่าแนวทางพอเพียงนั้นเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนทำได้ ด้วยทริคการทำสวนแบบพอเพียงที่ประยุกต์มาจ า ก “เกษตรทฤษฎีใหม่” ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำรัสไว้เพื่อให้เกษตรกรอยู่แบบพึ่งพาตนเองได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยวิธีการจัดการทรัพย ากรให้คุ้มค่าอย่ างยั่งยืน แล้วจะมีวิธีไหนบ้างนั้นต้องไปดูกันเลยดีกว่า

1. แบ่งพื้นที่ในสวนให้เหมาะสมและคุ้มค่า

ก่อนอื่นเราต้องสำรวจพื้นที่ในสวนให้ถี่ถ้วนด้วยการตรวจสภาพดิน ทิศทางแสงแดด และลม จ า กนั้นก็เริ่มแบ่งพื้นที่ในสวนต ามเกษตรทฤษฎีใหม่จ า กสูตร 30:30:30:10

ให้ง่ายและเหมาะสมกับพื้นที่ของเราเอง โดยปรับเป็นโซนแปลงผักสวนครัว โซนสมุนไพร โรงเรือนเห็ด ฟาร์มสั n ว์เล็ก ๆ (เล้าไก่หรือฟาร์มไ ส้เดือนไซส์มินิ) และบ่อน้ำหลัก แต่ถ้าหากพื้นที่คับแคบเกินไปก็ไม่จำเป็นจะต้องแบ่งต ามนี้ทุกประการ เลือกเฉพาะโซนที่เหมาะสมกับบ้านเราเท่านั้นก็ได้ค่ะ

2. DIY ระบบน้ำฉบับบ้าน ๆ ของคนรักสวน

จ า กแนวคิดระบบการจัดการน้ำของในหลวง รัชกาลที่ 9 ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องน้ำมากขึ้นและสามารถนำไปปรับใช้ในสวนได้อย่ างเหมาะสม ด้วยการขุดบ่อน้ำหลักเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในสวนและต่อท่อไปยังแปลงปลูกทั้งหมดที่มี หรืออาจจะส่งตรงไปยังพืชที่ต้องการน้ำมากอย่ างเดียวก็ได้เช่นกัน นอกจ า กนี้ยังสามารถเลี้ยงปลาไว้เป็นอาหารหรือปลูกพืชน้ำอย่ างผักกระเฉดในบ่อได้อีกด้วย

3. ปรับดินให้มีคุณภาพด้วยการรับแสงแดดไม่ต้องฟุ่มเฟือยเพื่อบำรุงใหม่

หากพบว่าสภาพดินในสวนไม่เอื้ออำนวยให้ปลูกพืชเท่าไร แนะนำให้พรวนดินและเปิดหน้าดินรับแสงแดดโดยตรง เพราะแสงแดดจะช่วยปรับสภาพดินให้มีสารอาหารที่เหมาะสมกับพืชหรือจะทำการผสมดินในขั้นตอนไปพร้อม ๆ กันเลยก็ได้ค่ะ

4. เลือกใช้กระถางที่ช่วยประหยัดน้ำและลดโลกร้อน

วัสดุของกระถางต้นไม้ก็มีส่วนช่วยในการจัดสวนแบบพอเพียงได้เหมือนกัน เช่น กระถางที่ทำจ า กโลหะหรือสังกะสีจะดูดซับความร้อนจ า กแสงแดดเข้ามามาก ทำให้ดินข าดความชุ่มชื้นเพราะน้ำจะระเหยออกไปจ นหมดและทำให้เราต้องรดน้ำบ่อยขึ้น

ดังนั้นควรจะเปลี่ยนมาใช้กระถางที่สามารถกักเก็บความชื้นหรืออุ้มน้ำได้นาน ๆ แทน เช่น กระถางดิน ส่วนอีกหนึ่งวิธีก็คือการนำภาชนะเหลือใช้ในครัวเรือนมา DIY ใหม่ เช่น นำตะกร้าหรือขวดน้ำพลาสติกมาใช้ในการปลูกต้นไม้ ก็จะช่วยลดข ยะไม่สร้างสภาวะโลกร้อนได้อีกทาง

5. ผสมปุ๋ยอินทรีย์ไม่มีสารเข้ามาเกี่ยวข้อง

เมินหน้าใส่ปุ๋ยเคมีแล้วหันมาลงมือผสมปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองกันดีกว่า ทั้งปลอดภั ยไร้สารและยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปในตัว ขอบอกก่อนเลยว่าปุ๋ยอินทรีย์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดคือ ปุ๋ยหมักจ า กซากพืชซากสั n ว์ ปุ๋ยคอกจ า กมูลสั n ว์ และปุ๋ยพืชสดจ า กพืชหน้าดินที่ย่อยสลาย แต่ในเมื่อสวนของเราเป็นฉบับครัวเรือน อาจจะทำต ามทริคง่าย ๆ เหล่านี้

ปุ๋ยน้ำหมัก

นำมูลสั n ว์ 1 ส่วนมาผสมกับใบไม้แห้ง แกลบ ฟางหรือหญ้าแห้งแค่ 1 ส่วน รำ 1 ส่วนให้เข้ากันและพักไว้ หันมาผสมกากน้ำต าล 40 ซี.ซี. กับน้ำเปล่า 10 ลิตร และจุ ลิ น  ท รีย์อีก 40 ซี.ซี. ให้เข้ากัน จ า กนั้นนำไปราดและคลุกเคล้ากับส่วนผสมแรกให้ได้เ นื้ อที่พอดีไม่เหลวและไม่แห้งจ นเกินไป วางปุ๋ยให้เป็นกองเพื่อหมักทิ้งไว้อีกสักสัปดาห์ครึ่งก็เป็นอันใช้ได้

DIY หลุมหมักปุ๋ยกลางแปลงปลูกแบบ keyhole

ไอเดียเพาะปลูกจ า กแอฟริกาที่เรานำมาปรับใช้ ก่อนอื่นต้องก่อแปลงปลูกให้เป็นวงกลมที่มีความสูงพอสมควร ขุดบ่อหรือหลุมไว้ตรงกลางแปลงเพื่อเอาไว้ใส่ซากพืชเปลือกไข่และสิ่งของที่สามารถย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยได้ลงไปหมักในนั้น ใช้ใบไม้แห้งและฟางแห้งคลุมหน้าเอาไว้ เท่านี้เราก็จะได้ปุ๋ยที่อยู่ในแปลงปลูกโดยอัตโนมัติแล้ว

6. ความชุ่มชื้นของดินคือสิ่งที่ต้องรักษา

อีกหนึ่งวิธีการทำสวนให้พอเพียงนั้นก็คือการรักษาความชุ่มชื้นของดินเอาไว้ หากเราปล่อยปละละเลยเรื่องเล็ก ๆ อย่ างนี้ไปรับรองว่าคุณต้องนอนก่ายหน้าผากบนกองบิลค่าน้ำเป็นแน่

มาเริ่มกันที่วิธีแรกด้วยการรองใต้กระถางด้านในด้วยกระดาษทิชชู แพมเพิร์สชิ้นใหม่ หรือเสื้อถักไหมพรมตัวเก่าเอามาคลุมหน้าดินด้วยแกลบและปลูกหญ้าแฝกไว้รอบ ๆ สวน วิธีทั้งหมดนี้จะช่วยกักเก็บน้ำไว้ในดินได้อย่างเหมาะสมและส่งผลให้พืชพรรณเจริญเติบโตออกดอกออกผลอย่างสวยงาม

7. ปลูกผักสวนครัวต ามฤดูกาลให้มีกินตลอดทั้งปี

สภาพอากาศต ามฤดูกาลคือปัจจัยหลักที่ทำให้สวนอุดมสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรหันมาปลูกพืชให้ตรงกับฤดูกาลเพื่อให้มีกินมีใช้ได้ตลอดทั้งปีกันดีกว่าค่ะ

ฤดูร้อนควรปลูกมะระ, บวบ, ผักชี, น้ำเต้า, ผักกาดหอม, ข้าวโพดหวาน หรือถั่วฝักย าว

ฤดูฝน (ช่วงต้น) ให้ปลูกกวางตุ้ง, พริก, ผักกาดหอม, บวบ, ผักบุ้ง, มะเขือ, แตงกวา หรือกระเจี๊ยบเขียว

ฤดูฝน (ช่วงปลาย) ควรปลูกมะเขือเทศ, ขึ้นฉ่าย, แครอท, พริกหยวก, กะหล่ำปลี, ถั่วลันเต า หรือหอมใหญ่

ฤดูหนาวควรปลูกมะเขือเทศ, หอมใหญ่, ผักกาดข าว, ถั่วพู, ขึ้นฉ่าย, ผักชี, ตั้งโอ๋ หรือบรอกโคลี

8. ประเภทของพืชหลัก ๆ ที่ควรปลูกเอาไว้ในสวน

เมื่อแบ่งพื้นที่ในสวนได้ต ามที่ต้องการแล้วก็ควรจะเลือกพืชมาปลูกให้เหมาะสมต ามประเภทหลัก ๆ ที่ควรจะมีไว้ใช้ประโยชน์ในบ้านดังนี้

พืชผัก-ผลไม้แบบยืนต้นอย่าง มะม่วง กล้วย มะละกอ มะรุม และขนุน

พืชผักและไม้ล้มลุกอย่าง ถั่วฝักย าว มันเทศ มะเขือ มะลิ และซ่อนกลิ่น

พืชสมุนไพร เช่น พริกไทย หญ้าแฝก กะเพรา สะระแหน่ โหระพา ตะไคร้ บัวบก และพลู

เห็ดชนิดต่าง ๆ ที่ชื่นชอบ

9. สูตรไล่แมลงและศัตรูพืชแบบไร้สาร

ปัญหาศัตรูพืชเป็นเรื่องธรรมดาที่เราสามารถจัดการได้อยู่หมัดกับสูตร DIY ของในครัวเรือนโดยไม่พึ่งสารได้ดังต่อไปนี้ด้วยสูตรสารกำจัดแมลงปลอดสารจ า กก้นครัว

สะเดา

ให้นำเมล็ดสะเดาไปล้างน้ำให้สะอาดและผึ่งแดดไว้ 4 วัน นำมาตำให้เป็นผงก่อนจะผสมกับน้ำเปล่าและทิ้งให้นอนก้น สุดท้ายให้กรองด้วยผ้าข าวบ างก่อนจะนำไปฉีดพ่น

มะเขือเทศ

ให้นำผล ลำต้น หรือใบไปบดให้ละเอียดและผสมกับน้ำขี้เถ้า จัดการกรองกากใยให้เรียบร้อยก่อนนำไปใช้

10. แบ่งปันผลผลิตให้กับเพื่อนบ้านสร้างรากฐานความสัมพันธ์

การปรับใช้ “เกษตรทฤษฎีใหม่” สำหรับสวนแบบพอเพียงในข้อสุดท้ายก็คือ การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนผลผลิตกับเพื่อนบ้านและญาติพี่น้อง ซึ่งจะทำให้เราได้บริโภคผลผลิตที่แตกต่างออกไปจ า กเดิม ไม่จำเจอยู่กับพืชผลที่มีอยู่ แถมยังเป็นการรักษาความสัมพั นธ์ของเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นได้ ซึ่งเท่ากับว่าเป็นการสร้างรากฐานหมู่บ้านให้มั่นคงได้อีกด้วย

เ ชื่ อหรือยังคะว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” ไม่ได้ย ากอย่ างที่เราคิด แม้จะเป็นหลักการที่ตรงกับเกษตรกรมากที่สุด แต่ไม่ว่าเราจะเป็นใครหรือฐานะไหนก็สามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับชี วิ ตความเป็นอยู่เพื่อความมั่นคงได้ค่ะ

หากใครที่คิดแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มตอนไหนดีเราขอแนะนำให้ใช้ฤกษ์งามย ามดีในวันพ่อแห่งชาตินี้มาลงมือทำ เพราะนอกจ า กจะเกิดประโยชน์กับตัวเราแล้วนี่ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของการตอบแทนในหลวง รัชกาลที่ 9 จ า กปวงชนชาวไทยได้อีกด้วย

แหล่งที่มา kapok

เรียบเรียงโดย 1ไร่ไม่จ น