เหตุผลทำไมมนุษย์เงินเดือน ถึงอยากลาออกมาทำเกษตร

อาชีพเกษตรกรนั้นมันไม่ได้งานเบาเลย แต่ว่าพนักงานออฟฟิต คนทำงานประจำต่าง ๆ ก็อย ากจะออกมาทำเกษตรกันก็เยอะเลย นั่นไม่ได้แปลว่างานประจำมันไม่ดี แต่อาจจะเพราะว่ามันก็มีความเหนื่อยในแบบของมัน หลายคนมักส่งลูกเรียนสูง ๆ เพื่อให้ลูกได้ทำงานจับปากกาสบาย ๆ

แต่มันก็ไม่ใช่งานที่จะเหมาะกับทุกคน บางคนก็ทำได้แต่มันไม่ใช่งานที่อย ากจะทำจริง ๆ ชีวิตมันวุ่นวาย ค่าใช้จ่ายมันเยอะ บางทีก็ต้องอดทนกับการรถติด ตื่นเช้า ฝุ่นละออง เจ้านายว่า เพื่อนร่วมงานนินทา ฯลฯ หลายคนจงอ ย า กออกมาใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ

อยากจะอยู่แบบเรียบง่าย อยากจะเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้เจออะไรที่มันวุ่นวายเหมือนในเมือง ไม่ต้องมีฝุ่นควันหรือรถติด มันก็จริงที่บางครั้งการเงินมันอาจจะไม่ได้เท่างานออฟฟิต แต่ถ้าหากคุณทำเกษตรแบบจริงจังมากพอก็รวยกว่าเจ้าของบริษัทด้วยซ้ำ

หากใครคิดอยากจะลาออกมาทำอาชีพเกษตรนะครับ แค่จะบอกว่า ถ้าคิดจะหากินกับอาชีพนี้ ง่ายๆ สบายๆ ช้าๆ มันไม่พอใช้ คุณต้องทำงานหนักมากกกกก จนอาจจะอยากกลับไปเป็นลูกจ้างก็ได้

ใครที่มีภาระ อย่าได้ริอาจเชียว การเกษตรพอทำจริงๆ มันจะเหนื่อยมาก แดดร้อน หน้าดำ มือเท้าแตก ทีสำคัญได้เงินน้อยครับ ไม่สวยหรูเหมือนในละครหรอกทุกอย่างต้องเริ่มจากนับ 1 ครับ ค่อย ๆ หาเวลาว่างไปทำในวันหยุดจะดีกว่า

ค่อย ๆ เพิ่มไปทีละนิด เรียนรู้ทีละหน่อย แล้วจะรู้ว่า อ๋อนี่คือสภาพดิน นี่คือสภาพน้ำ นี่คือสภาพอากาศนี่คือสภาพ วัชพืช และศรัตรูพืชเอาแค่ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อกินก็พอแล้ว ไม่ต้องถึงขนาดออกจากงานประจำหรอกครับ

ชีวิตจริงอาจจะไม่สวยหรูเหมือนโฆษณาในโรงหนัง (แค่ค่าเนต ค่าผ่อนรถ ค่าเครื่องอบขนมปัง ก็ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว) และอย่าคิดว่าทำการเกษตรมันง่ายๆ สโลว์ไลฟ์ เพราะถ้าคุณจะหาเลี้ยงชีพด้วยเกษตรกรรม คุณต้องทำงานหนักมาก นอกเสียจากว่าคุณมีต้นทุนเยอะ ทางบ้านมีฐานะ ซัพพอร์ตได้ยาวๆ

ตอนนี้สังคมไทย คนอยู่ต้องมีเงินครับ ค่าเข้าสังคม (งานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่) ค่ารักษาพยาบาล นี่ยังไม่รวมว่าถ้าคิดจะมีลูก ก็ค่าใช้จ่ายอีกบานตะไท เงินทั้งนั้น ทำเกษตรแบบชิวๆ ไม่พอหรอกครับ

การจะทำเกษตรนั้นสำคัญที่สุดคือ “ความรู้” หลายคนคิดว่ามันง่าย ออกมาแล้วทำได้เลยโดยไม่มีพื้นฐานอะไรสักอย่ างมันก็ไม่รอดเหมือนกัน ฉะนั้นแล้วก่อนจะออกมาทำควรจะมีการวางแผนให้ดีก่อน หาความรู้ให้ดี เพื่อลดความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้

ในสายตาหลายคนเมื่อเทียบกันแล้วระหว่างเป็นเกษตรกรกับพนักงานออฟฟิตนั้น การทำงานห้องแอร์เหมือนจะสบายกว่า แต่จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ มันอาจจะเหนื่อยกว่าการทำเกษตรหลายเท่าก็ได้ เพราะว่าเราเป็นลูกน้องเขา เราไม่ใช่เจ้าของบริษัท

สิ่งหนึ่งที่เราได้จากการเป็นเกษตรกรคือ “ความสบายใจ” ไม่ต้องมีใครมาสั่งงาน มีชี้นิ้ว มากำหนดเวลาต า ยตัว มาให้ทำโอทีทั้งที่อย ากจะพักจะต า ยไป การเป็นเกษตรกรเราเลือกได้เอง เราวางแผนได้เองว่าควรจะทำอะไรตอนไหน

หลายคนที่เกษตรกรรุ่นใหม่ ทำออกมาได้แปลกแตกต่างจากการทำเกษตรแบบเดิม ประสบความสำเร็จ กอบโกยรายได้ไปก็เยอะเลย นั่นเพราะว่ามาทำแบบมีความรู้ และกล้าที่จะลงมือทำมันอย่ างจริงจัง

เป็นพนักงานบริษัท การเป็นลูกจ้างคนอื่นมันอาจจะดีตรงที่มีเงินเข้าทุกเดือนแน่นอน พร้อมมีสวัสดิการ ถ้าคุณชอบแนวนั้นมากกว่าก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าการเป็นเกษตรกรนั้นสิ่งที่คุณจะมีมากขึ้นคือ “เวลา” ที่คุณเลือกจะใช้เวลาไปกับสิ่งที่คุณอยากจะทำมันจริง ๆ เกษตรกรไม่ได้แปลว่าจน เป็นเกษตรกรก็รวยเป็นมหาเศรษฐีได้เหมือนกัน