พ่อกับแม่จะมีเวลาอยู่กับเราอีกนานเท่าไหร่ ” คนชรา สองผู้เฒ่า เฝ้ารอคอย “

อ้อมอก อุ่นเสมอ  “อันพระคุณแม่นับคณา เกินกว่ายากหาไหน?” เพลงที่ผมได้ฟังจากพี่ขับแท็กซี่มาส่งผมหลังเลิกจากงานเลี้ยงบริษัทเมื่อคืนยังคงก้องอยู่ในหัว มันไม่ใช่เพลงใหม่ มันเป็นเพลงที่คุ้นเคยดี แต่เมื่อคืนตอนที่ผมได้ฟัง หัวใจมันห่อเหี่ยวและเจ็บแปล๊บๆอย่างไรบอกไม่ถูก ผมกลับมาถึงห้องเกือบเที่ยงคืน เดิมทีอยากจะกดโทรศัพท์ไปหาพ่อ แต่ก็กลัวว่าพ่อจะต กใจกับเสียงโทรศัพท์ยามค่ำคืนดึกดื่น ก็เลยตั ดสินใจไม่โทรดีกว่า

ผมเอนกายนอนลงบนเตียงนอนทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ทั้งที่ก็อยู่จังหวัดเดียวกันพ่อแม่ แต่ผมไม่เคยได้อยู่กับพ่อแม่มากนัก ส่วนมากจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ซะมากกว่า ช่วงวันหยุดก็นานๆกลับไปหาพ่อแม่ที อาจเป็นเพราะพี่ๆต่างก็ไปเยี่ยมพ่อกับแม่อยู่เสมอ ผมเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่กลับบ้าน พ่อกับแม่จะถามถึงงานและความเป็นอยู่ของผมเสมอ บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านทำไมต้องถามอะไรที่มันซ้ำๆ เพราะครั้งก่อนก็ถามอย่างนี้ จนผมไม่อยากจะตอบ บางครั้งกลับบ้านก็เลี่ยงๆไปเล่นกับหมากับแมวแทน

“วัยผ่านพ้น สักวันคงเปลี่ยน คอยหมั่นเพียร เยี่ยมเยียนเมื่อท่านชรา แม่คงชะแง้อยากแลเห็นหน้า แม้ลูกไม่มา แม่คงเจ็บช้ำฤดี” ประโยคนี้ยิ่งตอกย้ำให้ผมนึกถึงวันเวลาเก่าๆ

พ่อของผมเป็นคนค่อนข้างดุ ตอนเป็นเด็กผมสอบได้คะแนนเต็ม100 ผมยังไม่เห็นพ่อยิ้มหรือชมผมเลย ทำให้พวกเราไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้พ่อมากนัก ผมเองตอนนั้นก็กลัวพ่อมากๆ ยิ่งตอนเรียนมัธยมยิ่งไปกันใหญ่ ผมมักจะทะเลาะกับพ่ออยู่เสมอ จึงทำให้ยิ่งมายิ่งไม่มีอะไรจะพูดกัน จนถึงตอนเรียนมหาลัย ทำงาน และก็คบแฟนจนแต่งงาน ก็ยังไม่ค่อยคุยกันอยู่ดี

จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้าน ตอนอยู่ในครัว ผมเดินสวนกับพ่อ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเหมือนพ่อจะตัวเล็กลง อาจเป็นเพราะอายุมากขึ้นเลยทำให้พ่อหลังค่อมลง จู่ๆ ภาพที่ผมขี่คอพ่อก็ผุดขึ้นในหัว จนต้องแอบหันหลังกลับไปมองพ่ออีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผม มันเศ ร้ าๆยังไงไม่รู้สิ!

ในใจตอนนั้นผมอยากวิ่งเข้าไปกอดพ่อสักครั้ง แต่..ผมกลับเลือกที่จะยืนอยู่ที่เดิม ได้แต่บอกพ่อว่าช่วยหยิบชามให้ผมหน่อย พอพ่อเดินหยิบชามมาให้ผม ผมสังเกตว่าพ่อเริ่มเดินช้าและทำอะไรช้ามากกว่าเมื่อก่อน บนใบหน้ามีแต่ริ้วรอยของความชรา ณ เวลานี้นี่เองที่ผมเห็นถึงความแก่ชราของพ่อ!

ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง ในสมุดบันทึกเตือนจำ มีข้อความว่า “อาทิตย์หน้าอย่าลืมสอนพ่อเรื่องจ่ายค่าน้ำค่าไฟทางอีแบงค์กิ้ง” เพราะอาทิตย์ที่แล้ว พ่อบอกผมว่า ช่วงนี้เดินเหินไม่ค่อยสะดวก แกชอบไปเสี ยค่าน้ำค่าไฟที่สำนักงาน คงเป็นเพราะได้พบกับเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคยกันดีตั้งแต่สมัยทำงาน ก็เลยชอบไปจ่ายที่สำนักงานแทนร้านสะดวกซื้อ ผมจึงเสนอให้พ่อชำระเงินทางอินเตอร์เน็ตสะดวกกว่า ไม่ต้องไปจ่ายที่สำนักงานให้เหนื่อย แกดูสนใจมากเลยทีเดียว แต่เผอิญว่าผมต้องรีบกลับ ก็เลยบอกแกว่าจะมาสอนแกในอาทิตย์หน้า แล้วความคิดก็ผุดขึ้นในหัว

“เราอาจหาเหตุผลมากมายมาอ้างเพื่อไม่ต้องอยู่กับพ่อแม่ หรืออาจเพราะหน้าที่การงานเลยทำให้เราไม่อาจได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อแม่” ผมว่าพ่อแม่คงไม่ได้เรียกร้องสิ่งเหล่านี้จากลูกๆ ผมจะไม่ทำให้พ่อและแม่คอยชะเง้อมองหาผมในแต่ละอาทิตย์อีกต่อไป เริ่มจากอาทิตย์นี้ ผมจะกลับไปอยู่กับพ่อทุกครั้งที่ผมว่างจากงาน พ่อครับ แม่ครับ ผมขอสัญญา

ต้นไม้ใหญ่ ยืนตระหง่าน บ้านหลังเก่า ออกลูกเต้า แผ่กิ่งก้าน แลสาขา เหล่าไม้ดอก ผลิสะพรั่ง ละลานตา คนชรา สองผู้เฒ่า เฝ้ารอคอย

ที่มา : นุสนธิ์บุคส์

Facebook Comments Box