“เมฆน้อยกับต้นไม้ใหญ่” นิทานสอนใจ…ไม่มีใครทนรอเราได้ทั้งชีวิต

การรอคอย บ างครั้ง มันก็ไม่เสมอไปที่เราจะได้รับในสิ่งที่เราหวังเอาไว้ ที่เห็นได้ชัดเลยอย่างเช่นเรื่องราวของความรัก การที่เราแอบหวัง รอคอยใครสักคนหนึ่งเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งเข าจะมองมาที่เราบ้าง ก็ไม่รู้หรอกว่าเมื่อไหร่ถึงจะสมหวัง

หรือแม้แต่พ่อแม่เองก็เช่นกัน ที่ได้เฝ้าฟูมฟัก ทะนุถนอมเลี้ยงดูลูกๆ จ นเติบใหญ่ หวังไว้ว่าสักวันย ามแก่เฒ่า จะได้ฝากผีฝากไข้บ้าง ซึ่งบ างครั้ง ลูกๆ ก็เอาแต่ทำงาน สร้างตัว และมุ่งไปข้างหน้า มองหาอนาคตเป็นหลัก จ นลืมไปว่า พ่อแม่ก็แก่ลงทุกวัน และสุดท้ายอาจจะรอพวกเข าไม่ไหว เพื่อนๆ ลองอ่านนิทานเรื่องนี้ดูค่ะ แล้วจะเข้าใจอะไรบ างอย่าง

ต้นไม้ใหญ่ขอฝนจ า กเจ้าเมฆน้อย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมฆน้อยก้อนหนึ่ง มันลอยไปลอยมาเรื่อยๆ เพื่อสะสมน้ำฝนเอาไว้ แต่มันก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร กว่าที่มันจะมีน้ำฝนเพียงพอ

มันผ่านไปยังต้นไม้ใหญ่แก่ๆ ต้นหนึ่ง ซึ่งแถวนั้นไม่มีฝนตกมาเป็นเวลานานแล้ว ต้นไม้ใหญ่เรียกเจ้าเมฆน้อย

“ขอน้ำฝนให้ข้าสักเล็กน้อยได้หรือไม่ แถวนี้ไม่มีฝนตกมานานแล้ว ข้าหิวน้ำเหลือเกิน”

เจ้าเมฆน้อยตอบเพียงว่า

“ท่านต้นไม้เอ๋ย ข้ามีน้ำฝนอยู่เพียงน้อยนิด กลัวว่าจะไม่พอให้ท่านได้ชื่นใจหรอก ขอข้าสะสมน้ำฝนอีกสักหน่อยเถิด”

วันต่อมาเจ้าเมฆน้อยก็ยังคงบอกเช่นเดิม มันยังมีน้อยไป จึงไม่พร้อมที่จะให้

เจ้าเมฆน้อยจึงออกเดินทาง และพย าย ามสะสมฝนไปเรื่อยๆ

จ า กวันเป็นเดือน จ า กเดือนเป็นปี…

เมื่อมีน้ำมากพอ เจ้าเมฆน้อยดีใจเป็นอย่งมาก มันจึงลอยกลับมายังที่เคยพบต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมนั้น แต่สิ่งที่มันพบข้างหน้า มีเพียงซากต้นไม้ใหญ่ที่ แล้ว

เมฆน้อยได้แต่ร้องไห้แล้วถามว่าทำไม ความพย าย ามของฉัน ไม่มีความหมายเลยเหรอ

“ข้าอุตส่าห์เดินทางเป็นแรมปีเพื่อสะสมฝนให้แก่ท่าน แต่ทำไมท่านถึงไม่รอข้า”

ชายหนุ่มที่นั่งใต้ต้นไม้จึงแหงนหน้า แล้วบอกกับเมฆน้อยว่า

“เมฆน้อยเอ๋ย การที่เราจะให้อะไรแก่ใครสักคนที่เรารัก มันไม่ต้องรอให้มากพอหรอก ให้เท่าที่มี ก็ทำให้คนรับชื่นหัวใจได้ ความพย าย ามของเจ้าเป็นสิ่งที่ดี แต่มันก็มีเวลาเป็นเงื่อนไขนะ”

“บ างทีเราก็ไม่ต้องรอให้ถึงเวลาก็ได้ อย่าไปรอให้พร้อม อย่าไปรอให้รวย ถึงจะทำอะไรให้คนที่เรารัก เพราะคนที่เรารัก อาจไม่มีเวลามากพอที่จะรอเรา”

“ก่อนที่ต้นไม้จะจ า กไป เข าฝากฉันไว้ด้วยว่า ถ้าเห็นเธอผ่านมา ให้บอกเธอว่าเข ารักเธอ”

เมฆน้อยได้แต่หลั่งน้ำต าออกมาเป็นเม็ดฝนอย่างไม่ข าดสาย ให้กับต้นไม้ที่ไม่มีวันแตกใบให้ได้เห็นอีกตลอดกาล

ลูกบ างคน เอาแต่ทำงานหาเ งิ นสร้างเนื้อสร้างตัว อຢากมีทุกอย่าง อຢากให้พ่อแม่สบ าย โดยที่ไม่เคยถามว่าพ่อแม่อຢากได้อะไรกันแน่ จ นวันหนึ่ง ที่เข ามีพร้อมทุกอย่าง แต่ไม่มีพ่อแม่อยู่แล้ว เหมือนดังนิทานเรื่องนี้

เพราะฉะนั้น วันนี้ ทำอะไรเท่าที่ทำได้ หยิบยื่นน้ำใจให้แก่คนที่เรารัก คนที่เราหวังดีต่อเข า ไม่ต้องรอให้รวยก่อนก็ได้ เพราะบ างทีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เข าได้รับ ก็ยิ่งใหญ่เสมอ

ชี วิ ตคือ โซ่ห่วงของนาที แห่งความสุข ไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด

เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย

น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ หยิบมาใช้เมื่ออย ากจะใช้

เอาคำพูดที่ว่า “สักวันหนึ่ง……” ออกไปเสียจ า กพจ นานุกรม

บอกคนที่เรารักทุกคนว่า เรารักพวกเข าเหล่านั้น แค่ไหน

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ต าม ที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น

ขอบคุณนิทานจ า ก GplusQuotes

บทความวันละตอนจ า ก Anontawong’s Musings:

เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน

เรียบเรียงโดย 1ไร่ไม่จ น