เลี้ยงแมงดา สร้างรายได้เดือนละแสน

มีหลากหลายอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำทำรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละหลายแสน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อจริงๆ ครับ จ า กของที่เคยหาง่ายกลับเป็นสิ่งที่หาย ากต ามยุคสมัยที่ธรรมชาติเปลี่ยนแปลง

แมงดานาก็เช่นเดียวกันที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้เลี้ยงแบบไม่คาดคิดเลยทีเดียว เพียงแค่ใจรัก ศึกษารูปแบบการเลี้ยงและมีเ งิ นลงทุนเท่านี้ก็จะเริ่มสามารถที่จะทำเป็นอาชีพได้ วันนี้เราจะพามาชมและเคล็ดลับในการเลี้ยงแมงดานาที่สุพัตรา ฟาร์มวังหิน ที่บอกได้เลยว่าได้ความรู้แถมเทคนิคต่างๆ ในการเลี้ยงที่ไม่เคยบอกใครมาก่อน มาดูรายละเอียดกันครับ

การเริ่มเลี้ยงแมงดานาของสุพัตรา ฟาร์มวังหิน เริ่มจ า กการซื้อแมงดานามาเลี้ยง 200 ตัว เริ่มเลี้ยงตอนแรกซื้อมาเลี้ยงก็จะ  ต. บ่อยเพราะเป็นแมงดาแก่แล้วทำให้การเลี้ยงค่อยข้างมีอุปสรรคมาก แมงดานายิ่งลายดำเข้ม ยิ่งอายุเยอะ ร่องต ามลำตัวจะลึกนี้เป็นหลักการดูเบื้องต้น

ทางฟาร์มจะเลี้ยงสายพั น ธุ์หม้อเป็นสายพั น ธุ์ที่อาศัยอยู่ต ามท้องนา ซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษคือจะมีกลิ่นฉุ นที่สุด ไข่เยอะพวงย าว ปรับสภาพเก่งกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คงที่ หลักการสังเกตคือจะดูที่ลำตัวที่เรียวเล็ก ที่สำคัญจะสังเกตที่แถบสีทองข้างปีกจะจรดหางผิดกับสายพันธุ์อื่นที่แถบสีทองด้านข้างปีกจะไม่จรดหาง

การทำบ่อจะทำหลังคาและคลุมด้วยมุงทั่วทั้งบ่อให้มีส่วนที่มีแสงแดดส่องให้เข้าถึงบ้าง เพื่อปรับสภาพอุณหภูมิของน้ำ บ างคนก็อาจเป็นมือใหม่อาจจะใช้ผักตบชวาเต็มบ่อ ซึ่งไม่แนะนำเพราะจะทำให้น้ำเสีย

ถ้าจะให้ดีต้องมีต้นกกที่ปูนในกระถางเพื่อเป็นที่หลบซ่อนหรือวางไข่ ส่วนดินที่ใช้ปลูกต้นกกแนะนำให้ใช้ดินจาวปลวก เพราะจุ ลิ น ท รีย์จะจ า กจาวปลวกจะช่วยย่อยสลายเศษอาหารที่แมงดากินเหลือ นี้คืออีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทางฟาร์มแนะนำครับ

รวมไปถึงการใช้หญ้ามุงหลังคา จะทำให้แมงดาสามารถปีนขึ้นมา ซึ่งแมงดาที่สมบูรณ์จะมักไม่อยู่ในน้ำมักจะเกาะทำต้นกกหรือวัสดุที่เราทำไว้ แต่ถ้าตัวไหนยังไม่สมบูรณ์จะแช่ตัวอยู่ในน้ำ

ความลึกของบ่อจะทำตะพักเป็น 2 ระดับ ความลึกรวมทั้งหมดคือ 50 ซม. ระดับแรก 20 ซม. ระดับที่สอง 20 ซม. เพื่อให้แมงดาสามารถปรับตัวให้ในสภาพที่อุณหภูมิที่แตกต่างกันในแต่ละฤดู ส่วนความกว้างของบ่อ 3 เมตร ย าว 4 เมตร ความสูงของหลังคา 2 เมตร รองพื้นบ่อด้วยผ้าพลาสติกลายหมากฮอต

แมงดาสามารถขึ้นมาพักตัวที่ขอบของบ่อได้และเราจะย้ ายต้นกกขึ้นมาที่ตะพักที่สองในฤดูแล้งและเราจะเปิดน้ำให้เต็มบ่อให้ล้นออกด้านข้างเลยเพื่อเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำในตัวและติดสปริงเกอร์พ่นน้ำเพื่อลดอุณหภูมิให้กับบ่อ ยิ่งน้ำเยอะอุณหภูมิยิ่งเย็นในหน้าแล้งจะร้อน

น้ำที่นำมาใช้นั้นจะเป็นน้ำบ าดาล แต่น้ำบ าลต้องทำการออกซิไดร์โดยใช้สปริงเกอร์ปล่อยลงมาผ่านอากาศเพื่อเติมออกซิเจ นให้กับน้ำหรือเปิดออกซิเจ นลงในน้ำก็ได้ครับ แมงดาถึงจะกล้าลงน้ำครับ

เรื่องอาหารที่ให้คือปลาขนาดเล็ก ลูกอ๊อด กุ้งฝอย ต้องมีชี วิ ตเท่านั้น แมงดาจะไม่กินสิ่งที่ ต .แล้ว หรือถ้าในช่วงหน้าแล้งที่ข าดแคลนอาหารอาจใช้โครงไก่วางไว้ริมขอบบ่อหรือบนกอต้นกก เวลาของการให้ต้องหลังจ า ก 6 โมงเย็น โดยการวางริมขอบบ่อโดยให้บ างส่วนอยู่ในน้ำ แต่ตอนเช้าก็ต้องรีบมาเก็บโครงไก่ออกจ า กบ่อและต้องเปิดน้ำสปริงเกอร์ให้เพื่อป้องกันน้ำเ น่ าเสีย การเติมอาหารก็จะประมาณ 10 วันต่อครั้ง

การสังเกตแมงดานาที่พร้อมที่จะวางไข่จะมี 2 อย่ างที่ต้องสังเกตคือเอาหัวชูขึ้นและเอาก้นชูขึ้น ถ้าเป็นพวกที่ชูก้นขึ้นจะพร้อมไข่เต็ม สังเกตที่ท้องจะเขียว

จะส่งให้ลูกค้าไม่ได้เด็ดข าด เพราะจะไข่ในกล่องหรือจะคัดไข่จะเครียดและ ต. ได้ แต่ถ้าท้ อ งอ่อนๆ ส่งได้ครับ ประมาณ 3-4 เดือน จะวางไข่ 1 ครั้ง การเปิดสปริงเกอร์หลัง 6 โมง ประมาณ 2-5 ชั่วโมง ทุกวันครับ อุณหภูมิที่แมงดาชอบ 24-30 องศาเซลเซียส

หลังจ า กที่วางไข่แล้วถ้าเป็นบ่อที่มีลักษณะกว้างๆ ก็ไม่จำเป็นที่ต้องเก็บไข่ออกไปฝักข้างนอกครับ แต่แนะนำให้นำไข่ไปฝักข้างนอกจะง่ายกว่า การนำไปฝักจะเอาไว้ในโอ่งมังกร ประมาณ 7-10 วัน ก็จะฟักตัวออกมา อาหารสำหรับลูกแมงดาจะให้ลูกอ๊อดหรือปลาหางนกยูง การลอกคราบประมาณ 5 รอบ ถึงจะเริ่มแข็งแรง รอบแรก 2-3 วัน รอบที่สองสองต่อจ า กรอบที่หนึ่ง 3 วัน รอบที่สามต่อจ า กรอบที่สอง 3 วัน รอบที่สี่ต่อจ า กรอบที่สาม 5-7 วัน รอบที่ห้าจะสังเกตได้เลยว่าแมงดาจะเริ่มมีปีก ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก็ปล่อยเลี้ยงรวมได้เลยครับ

บ่อรวมนั้นด้านขอบบ่อควรจะมีพืชต่างๆ ให้หนาแน่นเพื่อสำหรับให้เข าหลบขนาดบ่อ 7×15 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร เปิดสปริงเกอร์ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน

ปัญหาการ ต. ที่พบบ่อยๆ มีก็กินกันเอง,ค่า pH เปลี่ยนกะทันหัน,น็อคน้ำ,อุณหภูมิเปลี่ยนกะทันหัน ดังนั้นต้องจัดการเรื่องการให้อาหารให้เต็มที่ ที่หลบซ่อน ต่อมาปัญหาที่สำคัญที่สุดเรื่องความเป็นก ร ดเป็นด่างของน้ำ ถ้าบ่อของเราเป็นบ่อแบบระบบเปิดคือฝนสามารถตกลงบ่อได้นั้นก็จะมีผลดังที่กล่าวไว้ข้างต้นครับแก้ไขด้วยวิธีการใช้ปูนปลาสเตอร์ ปั้นแล้วเอาไปวางไว้ที่กลางบ่อเข าจะเปลี่ยนความเป็นก ร ด ให้เป็นกลางได้ทันที ถ้าน้ำมีความเป็นก ร ด เข าจะละลายเพื่อปรับสภาพน้ำได้ดีและผงปรับสภาพน้ำไดโลไมค์หรือพวกจุ ลิ น ท รี ย์ดี ก็สามารถปรับน้ำได้และใช้เครื่องวัดค่า pH ควรที่จะทำการวัดเป็นประจำครับ

ด้านตลาดมีทั้งในและต่างประเทศไม่ว่าจะข ายพ่อแม่พั น ธุ์หรือแปรรูป ไม่ต้องกังวลเรื่องการข าย เลี้ยงให้โตพอครับ

แหล่งที่มาจ า ก ช่องยูทูปเกษตรอิสานยุคใหม่

เรียบเรียงโดย 1ไร่ไม่จ น

Facebook Comments Box