จอย ติตัส อดีตนางแบบผันเป็นแม่ค้าข ายข้าวต้มริมทาง สู้เพื่อครอบครัว ดีกว่าไปยืมเงินคนอื่น

เจอสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลกระท บทำให้ร ายได้จากงานเบื้องหลังภาพยนตร์ ออร์แกไนซ์ และดูแลการตลาดให้บริษัทต่างๆ จากหลักแสนเหลือแค่หลักพัน อดีตนางแบบดังยุค 90 จอย ติตัส ตั ดสินใจผันตัวมาเป็นแม่ค้าข ายข้าวต้มข้างทาง เพื่อหาเงินเลี้ยงชี พให้ครอบครัวมีกินไปในแต่ละวัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด จอย ติตัส ได้เปิดใจกับทาง ข่าวสดบันเทิงออนไลน์ พร้อมแจงสารพัดดราม่าหลังเป็นข่าวดัง โดยบอกว่า “ความที่จอยเป็นคุณแม่ของลูกก็จะกังวลว่าไม่อยากใช้เงินเก่าเก็บหมด กลัวว่าเชื้ อจะอยู่นาน เดี๋ยวแก้ปั ญห าไม่ทัน เลยหาอะไรทำ ตอนแรกทำเกี่ยวกับความสวยความงามก็ไม่ร อ ด เลยทำอาหารดีกว่า ร อ ดระดับหนึ่ง แต่พอตั้งแต่มีข่าวไปลงก็ดีขึ้นเยอะเลย”

ทำไมถึงเลือกเป็นข ายข้าวต้ม? “อะไรที่เราทำเก่งสุด เลือกเอาเมนูหนึ่งที่คิดว่าตัวเองทำอร่อยเลยเป็นอันนี้ เริ่มข ายมาตั้งแต่ระลอก3 รอบแรกยังพออยู่ได้ แต่ระลอก3 มาปุ๊บกังวลแล้ว ไม่มีเงินเข้ามาเลย ลูกสาวคนโตเป็นแอร์ฯ ก็ไม่มีเงินเพราะไม่ได้บิน เรามีค่าใช้จ่ายอย่างเช่นค่าเช่าบ้านโน่นนี่ เอาเงินเก่ามาใช้เรื่อยๆ ถ้ามันหมดล่ะ แล้วลูกเรายังเรียนอีก 3 คนก็กังวลหนั ก”

ก่อนหน้าที่จะมาเจอผลกระท บ มีร ายได้จากการทำงานในวงการอย่างเดียวเลยหรือเปล่า? “ไม่ค่ะ เราพลิกตัวเองมาเป็นออร์แกไนซ์ ทำเบื้องหลังภาพยนตร์ บางครั้งก็เป็นอสังหาฯ ด้วย ร ายได้เป็นแสนต่อเดือน แต่ไม่ใช่ว่างานเดียวเพราะเราทำหลายอย่าง ไม่รู้ว่าขยันหรือว่าไฮเปอร์ ตอนที่มีเงินเยอะๆ ก็ทำงาน เรามีความสุขในการทำงานและโชคดีที่ได้เงินเยอะ”

จากร ายได้เดือนเป็นแสน จนมาไม่มีร ายได้เลยนานแค่ไหน? “ตั้งแต่ระลอกแรกเลย แต่ว่าตอนนั้นเรายังมีบริษัททำอสังหาฯ มีกลุ่มก๊วน ความอยากโตเป็นผู้ใหญ่ก็ทำบริษัทขึ้นมา เสียศูนย์เลย(หัวเราะ) ค่าใช้จ่ายต่างๆ เราก็ต้องออก ทีนี้เราจะออกได้นานแค่ไหน ตอนแรกก็คิดว่ามันแป๊บเดียว ผ่านไปปีหนึ่งมันเจ็บหนั กแล้วอ่ะ”

“เชื่อว่าทุ กคนได้รับผลกระท บหมดแหละ ทุ กคนที่มีรูปแบบบริษัทหรือลงทุนทำธุรกิจร้านอาหารผับบาร์ ไม่ร อ ด เพราะว่าต้องออกค่าใช้จ่ายไปเรื่อยๆ ค่าเช่าเอย ค่าพนักงานเอย นี่คือปั ญหาของทุ กคนที่เงินมันห ายไปแบบนี้ ซึ่งตอนแรกเราเข้าใจว่ามันคงไม่นาน แต่แล้วมันนานไง ปิดเปิดเปิดปิด จนสุดท้ายจอยลาเลย ไม่ไหว”

“ทีนี้ก็มาคิดว่าทำยังไงดี ตอนนี้แค่หาเงินกินข้าวให้ลูกวันๆ ตั้งจุดมุ่งหมายนิดเดียวเอง ไม่ได้หาค่าเช่าบ้านหรือค่าผ่อนบ้าน หาค่าอาหารให้ลูกแล้วตั้งจุดหมายแค่ 300-400 บาทต่อวันเอง อย่าตั้งสูงมากเพราะสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นแบบนี้ ทุ กวันนี้ทำกำไร 300-400 บาทคือย ากนะ ตอนนี้เงิน 100 บาทสำคัญมากเลย”

“แล้วจอยก็มาข ายข้าวต้ม ทำกำไรได้ 300-400 บาทต่อวัน แต่มันไม่พอ ถ้าเราเอาไปกินหมดก็กลัวต้นทุนมันจะห ายไปด้วย โชคดีที่มีคนมาทำข่าวเลยดีขึ้น วันนี้(6มิ.ย.)ข ายได้เกือบ 4 พันบาทเยอะสุดตั้งแต่เปิดข ายมา ตั้งแต่วันแรกที่ออกข่าวก็ยุ่งแล้ว พอมาถึงวันนี้เราทำคนเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเอาเพื่อนมาช่วยสองคน ขนาดสองคนยังหัวปั่นเลย คนมาเยอะ”

“เทคนิกการข ายของเราคือไม่ได้ทำของเยอะมาก ใช้ของดีหมดเร็ว เวลาใครจะมากินต้องรีบมากิน ถ้าช้ากว่านี้คือหมด ตอนแรกที่ยังไม่ได้ออกข่าวใช้เวลา 5 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม ตอนนี้เปิด 6 โมง 2 ชั่วโมงข ายหมดเกลี้ยงแล้ว เราข ายน้อยมันก็เลยหมดง่าย เพราะเราไม่อยากได้มากกว่านี้ วัตถุดิบทุกอย่างที่ใช้เราซื้อวันต่อวัน ไม่มีเก็บค้ างคืน”

ตั้งใจจะข ายไปจนถึงเมื่อไหร่? “ตอนนี้จอยมีความสุขกับมันแล้วนะ ตอนแรกพูดตรงๆ จากใจจริงเลย วันแรกที่ไปข าย…เป็นแม่ค้าไม่ว่า เคยเป็นแม่ค้าเคยข ายอาหารเคย แต่มีร้าน อันนี้อยู่ข้างถนน รถเข็นครั้งแรกในชีวิตเลย ไม่ได้อะไรกับมันนะ เพราะคิดว่าเราต้องทำได้ แต่วันแรกที่ไปยืนข ายยังพูดกับตัวเองอยู่เลยว่า…กูมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง(หัวเราะ)”

“เราเริ่มเศร้ า เศร้ าได้ยังไงก็ไม่รู้ อยู่หน้าเตาทำแค่อาทิตย์เดียวเห็นผลเลย ร่างกายเรามันเปลี่ยน ฝุ่นเยอะ แดด แป๊บเดียวโท ร มเลย เข้าใจคนทำงานหน้าเตามั้ย แล้วพระอาทิตย์อีกอ่ะ ฝ้ามาสิวมาเละ! แต่ตอนหลังคือเราใช้วิธีออกเย็นๆ ไม่เจอพระอาทิตย์ หลายอย่างเราต้องเรียนรู้มัน”

ซีเรียสไหมกับการที่เคยเป็นดารามาก่อน แต่วันนี้ต้องมาข ายของข้างถนน? “ไม่เลยค่ะ ที่จอยทำอย่างนี้เพราะอยากให้เพื่อนๆ จอยทุ กคน ถ้ามันแ ย่จริงก็ลุกมาข ายของ ไม่ได้ว่าอะไรใคร ถ้าสมมติว่าไม่มีกินแล้วไปขอยืมเงินคนโน้นคนนี้มันไม่ดี ทำงานดีกว่า มาข ายข้างๆ กันก็ได้”

“คิดดูว่าจอยอยู่กรุงเทพฯ แถวทองหล่อ ตั ดสินใจขับรถมาคันหนึ่งพร้อมเสื้อผ้ายังไม่รู้หมู่หรือจ่าแล้วก็มาเช่าห้องอยู่ ไม่อยากให้เห็นสภาพห้องเลย คือจอยจะเช่าห้องราคาเป็นหมื่นก็ไม่ได้เพราะเรากำลังหาเงิน เลยไปเช่าห้องกับเพื่อนที่เป็นชาวพม่า ซึ่งเราก็อยู่ได้ แค่อยากมีที่นอนให้มันปลอดภั ยแค่นั้น คนอื่นอยู่ได้เราก็อยู่ได้มันไม่ได้เสียห าย ไม่จำเป็นต้องอยู่ห้าดาว เราใช้แค่เป็นที่นอน”

“จอยทำได้ทุ กคนก็ทำได้ แรกๆ มันจะรู้สึกแปลกๆ ทุ กคนจะหันมามองหน้าแบบเธอมาทำอะไรอยู่เนี่ย เขาอยากรู้ว่าจอยเป็นอะไรทำไมจอยมาทำแบบนี้ จอยก็พยายามบอกว่าเราอยากหาเงิน ไม่อยากขอเงินใคร จอยมีเงินตั้งต้นอยู่ 5 พันบาทในการทำร้าน หม้อก็ต้องไปซื้อมือสองหมด รถเข็นก็ไปซื้อแบบที่เขาจอดทิ้ งแล้วก็เอามาปรับปรุงหน่อย”

“เราต้องตั้งโจทย์ให้มันถูกไว้ มีเงินค่อยเปลี่ยนใหม่ เพราะเราใช้เงินเยอะกว่านี้ไม่ได้แล้ว พูดตรงๆ เลยจอยนึกว่าบ้านจอยจะล้ มละล ายได้เลยอ่ะ เพราะว่าพ่อแม่ไม่สบาย เข้าโรงบาลเอกชนทีจะทำยังไง จอยกับลูกสาวคนโตมานั่งคุยกันซีเรียส ถ้ายังปล่อยให้เป็นอย่างนี้กันเราไม่ร อ ด แล้วต่างคนก็ต่างช่วยเหลือกัน”

ตอนนี้อยู่ห้องเช่าคนเดียว แล้วลูกๆ ล่ะ? “ลูกจอยเขาอยู่เองกันหมดค่ะ เราเลี้ยงลูกในสไตล์ให้ช่วยเหลือตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าไม่รักนะคะ แต่เลี้ยงแบบสไตล์ฝรั่ง ลูกๆ จอยออกไปเผชิญโลกภายนอกกันหมด เราก็เป็นห่วงแต่ว่าเด็กๆ เก่ง ไม่ดื้อด้วย เอาตัวร อ ดได้ คิดถึงนะบางทีก็อยากอยู่ด้วยกันแต่ในสภาวะแบบนี้มันอยู่ไม่ได้ ต่างคนก็ต้องต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป”

ก่อนที่จะเป็นข่าวมีลูกค้าจำได้ไหมว่าเราเคยเป็นนางแบบมาก่อน? “จำไม่ได้ จอยเป็นคนไม่ค่อยมีข่าว จะห ายไปจากสารบบ ตอนเป็นนางแบบก็วางแผนให้ตัวเองว่าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถึงจุดหนึ่งทำไมจอยห ายไปเพราะเราไปเลี้ยงลูก อยากมีชีวิตที่ดูเด็กๆ โต เลยทำให้เราห ายไปเกือบ 20 ปี แล้วเราก็ใช้เงินที่เป็นนางแบบส่งลูกเรียนไปเรื่อยๆ จนลูกโตก็เลยได้กลับมา”

ถามถึงดราม่าต่างๆ ที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก? “จอยไม่ได้ฟุ่มเฟือย ทุ กคนดราม่ามาด่าหาว่าจอยฟุ่มเฟือย จอยเป็นคนที่ขี้เหนียวมาก ส่วนบางอย่างเราผิดเราก็ขอโท ษ วันนั้นที่ออกรายการจอยดันไม่ได้ใส่หมวกคลุมผม อารมณ์เจอนักข่าวเม้าธ์มอยกันเลยลืม ต่างคนไม่มีใครเตือนกัน ไม่ทันนึก แต่อันที่ทำไม่ได้ทำข ายใครแค่ทำโชว์เฉยๆ แต่ก็ยอมรับว่าผิดและขอโทษทุ กคน ขอบคุณที่ตักเตือน”

“แต่ก็มีบางคนที่บอกว่าอ้วนอ่ะ โอ๋ย…จะไม่ให้จอยกินข้าวตลอดชีวิตเลยเหรอ ตอนเป็นนางแบบจอยผอมมาก แต่เลิกเป็นนางแบบแล้วจอยควรจะผอมมากมั้ย(หัวเราะ) อยู่กับลูกทำขนม ทำอาหาร แล้วก็กินตามลูกมันเลยกลายเป็นแบบนี้ แล้วลูก 4 คน ความเก็บกดด้วยจอยไม่ได้กินตามใจตัวเองมา 15 ปี บางคนก็ด่าว่าอ้วน ไม่ชอบอ่ะ จอยก็อยากผอมนะแต่จอยก็อยากกินด้วยไง”

อีกเรื่องที่มีคนบอกว่าใช้ความเป็นดารานางแบบให้สื่อมาทำข่าวตัวเอง? “สื่อมาเห็นจอยเอง จอยไม่ได้เป็นคนเข้าไปขอร้องให้สื่อมา ใช่…จอยอาจจะมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นแต่ผลลัพธ์ของมันคือแม่ค้ารอบๆ ข้างร้านจอยได้ผลประโยชน์ทุ กคน ไม่ใช่แค่จอยคนเดียว คนมากินที่นี่เขาคงไม่อยากกินข้าวต้มอย่างเดียว เขาก็คงอยากกินอย่างอื่นด้วย”

“จอยแค่จุดประกายทำให้ธุรกิจตรงนี้เกิดขึ้น แค่คนอื่นๆ ไม่เข้าใจ จอยรู้ในความรู้สึกของทุ กคน แต่ว่าเราได้ช่วยต่อยอดให้คนอื่นด้วยไง ทีนี้เขาคงน้อยใจ ไม่ต้องน้อยใจ บางทีต้องเปิดใจกว้าง ทุ กคนไม่เข้าใจก็คิดว่าใช่สิเป็นดารานางแบบอย่างงี้อย่างงั้น เปล่าเลย จอยไม่เคยใช้สิทธิอะไรเลย อยากแจงแค่นี้ว่าจอยไม่ได้เอามาเป็นของจอยคนเดียว แล้วพี่ๆ สื่อเขาก็เอ็นดูเป็นห่วงเพราะเห็นเราห ายไปนาน”

เพื่อนพ้องในวงการมาถามไถ่บ้างไหม? “ถ้าเพื่อนสนิทจะรู้ว่าจอยเป็นอะไร เราเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ติดดิน ขยันทำงาน ซึ่งก็ทำมาหลายอาชีพ แต่ถ้าคนไม่รู้ก็คือไม่รู้ ที่จริงหลายๆ คนเขาก็ข ายของกัน แต่แค่ไม่ได้มาข ายข้างถนนอย่างเรา จริงๆ เราเองก็แปลกขับรถไปที่หนึ่งไปข ายของ จอยไม่ใช่คนพื้นที่ที่นี่ด้วย มายังไม่ค่อยเป็นเลยตอนแรก ตลกอ่ะเหมือนคนบ้า ดวงชะตามันจะได้ที่นี่แหละ”

“แล้วจอยมาตอนช่วงที่นี่หนักๆ เลย เชื่อมั้ยที่บ้านต กใจมากว่าไปไหนเนี่ย(หัวเราะ) แต่รู้มั้ยว่าที่นี่ดูแลดีมาก เขาจะเอาน้ำคลอรีนลาดพื้นตลอดเวลา แล้วก็จะมีคนมาคอยเช็ กว่าใส่แมสก์มั้ย 3ทุ่มก็มาเดินดู ที่นี่ควบคุมดูแลดีค่ะ แล้วที่จอยอยู่มันไม่ได้แออัด ที่สำคัญคือร้ อนมากด้วยก็เลยไม่เป็นไร”

เงินเก็บที่มีมาทั้งชีวิตตอนนี้มันหม ดเกลี้ยงเลยไหม? “ไม่หม ดค่ะ จอยซื้อที่ดินไว้ แล้วก็มีบางอันทำเป็นหอพักต่างจังหวัด ทำธุรกิจไว้ให้ลูกๆ จอยค่อนข้างมีวินัยกับเงินนิดหนึ่ง แต่แค่มันไม่ใช่เป็นตัวเงินสดในธนาคาร มันเป็นรูปแบบของสมบัติมากกว่า”

แสดงว่าไม่ได้มีความคิดที่จะข ายที่ดินเพื่อเอาเงินสดมาใช้จ่ายได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องมาข ายของข้างถนนแบบนี้? “ไม่ๆๆ อันนั้นคือจอยทำไว้เพื่อให้ลูกในอนาคต สร้างไว้ให้เขา แล้วที่จอยทำอยู่เนี่ยคืออยากต่อยอด ไม่อยากติดล บ ถ้าจอยเป็นคนอีกแบบหนึ่งก็คงจะข ายที่แล้วให้ตัวเองอยู่สบายๆ”

“แต่จอยไม่อยากอยู่อย่างนั้น เพราะจนกว่าเราจะซื้ออะไรมาได้มันเหนื่อยไง แล้วกลับแค่หาเงินนิดๆ หน่อยๆ แล้วมันทำให้เราไม่จิตต กด้วย เพราะว่าพอเส พข่าวมากๆ จะเพี้ยนเอา พอได้ออกไปทำนู่นทำนี่แล้วมีเพื่อนใหม่ ชีวิตมันก็แฮปปี้”

เคยมีความรู้สึกท้ อจนถึงขั้นนอนร้องไห้ว่าทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้บ้างไหม? “ทั้งหมดที่จอยทำคิดอย่างเดียวคือทำให้ครอบครัว จอยแฮปปี้ ไม่ท้อ ถ้าไม่มีครอบครัวไม่มีพ่อไม่มีแม่ก็คงไม่ทำ อันนี้ทำเพื่อครอบครัว แล้วจอยทำจอยมีความสุขเวลาให้เขา ไม่ท้อแต่ส่วนมากจะเหงา อยากกลับบ้าน อยากไปอยู่กับลูกๆ แล้วมันทำไม่ได้”

“เราเคยอยู่รวมกันหมดแต่ตอนนี้ต้องแยกหมดเลยมันก็เหงาแค่นั้นเอง คิดถึงทุ กคน แล้วก็ไปหาไม่ค่อยได้ด้วยเพราะว่าพ่อแม่ก็ไม่ค่อยสบาย ไม่อยากเข้าไปเพราะเดี๋ยวเผื่อเราเอาอะไรเข้าไป จอยไม่ท้อง่ายๆ สนุกกับการทำงานค่ะ”

วันที่ชีวิตไม่ข าดทุน คือ วันที่ทำบุญ และให้อ ภั ย วันที่ชีวิตมีกำไร คือ วันที่ตั้งใจทำความดี

ขอบคุณภาพ FB : จอย ติตัส