‘พรศักดิ์ ส่องแสง’ ใช้ชีวิตตินแม้ร่ำรวย ไม่อยู่บ้านหรู ขอทำนาหาปลาเอง

อยู่ในวงการมานาน เดินสายร้องเพลงก็รอบโลกแล้ว แต่ไม่ชอบความหรูหรา ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาติดดิน และยังเป็นศิลปินเบอร์แรกๆที่ไปเดินสายโชว์เพลง รอบโลกอีกด้วย? สมัยนั้นก็ดังต่อเนื่องนะ หนุ่มนานครพนม มาดังลอยแพร แล้วมาต่อสาวจันทร์ มีคนที่อยู่อีสานแล้วเขาไปอยู่ที่สวีทฯ เขาก็มานิดต่อกับ

ครูคำหอมว่าเขาอย ากทำคอนเสิร์ต อย ากได้นักร้องคนนี้ ที่จัดคอนเสิร์ตนี้ขึ้นเพื่อที่จะอย ากให้พระไปอยู่ที่โน้น ทางครูหอมก็ส่งเราไปร้องเพื่อหาเงินเพื่อที่ จะนิมนต์พาหาพระไทยไปอยู่ที่สวีทฯซึ่งท่านก็อยู่ได้แค่ 4-5 เดือน แล้วกลับมาไทย ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตของเราก็จัดขึ้นก็เป็นดั่งที่หวังเราสามารถสร้างวัด ไทยได้ที่นั่น

ตอนที่เราไปเล่นคอนเสิร์ต คือ เกินคาดมากๆเพราะคนที่มาดูเราล้นหลามมาก จากนั้นมาเราก็ไปทุ กปี ช่วงหน้าฝนก็ไปช่วยสร้างวัดทุ กปีๆ หน้าฝนก็จะมีพรรคพวก พี่ น้อง ช่วยหางานให้ทุ กปี จะมีคนวางงานไว้ให้เราเรียบร้อย สวีทฯ เยอรมัน อังกฤษ และอีกหลายๆประเทศครับค่าตัวสูงสุดเท่าไหร่?

คือ เวลาเราไปต่างประเทศแต่ละครั้ง บางครั้งเราก็ไม่ได้คิดเงินเลยเพราะเราคิดว่าอย ากไปทำบุญหาเงินเข้าวัด แค่เขาดูแลค่าเครื่อง ค่าที่พักให้เราก็พอแล้ว ตอนที่หาเงินได้เยอะช่วงนั้น พันตัวไปเป็นหัวหน้าวง แต่สุดท้ายต้องยุบวง? พรศักดิ์ ส่องแสง : ช่วงนั้นคือ ปี 32 ครูคำหอม จากไป

เราจากคนที่เคย แต่ร้องเพลงอย่างเดียว เราต้องรับผิดชอบทุ กอย่างต่อจากครูคำหอม ซึ่งเราต้องรับผิดชอบดูแลคนร้อยกว่าคน ตอนนั้นคือ เป็นวงที่ใหญ่ที่สุดในอีสานแล้ว

พอมาทำแล้วไม่สำเร็จเพราะเราปกครองเขาไม่ได้ เพราะมีแต่พรรคพวก ครูบารอาจารย์ทั้งนั้น เวลาจะเล่นเขาก็ไม่อย ากเล่นไม่อย ากแสดง แบบในช่วงครูคำหอม 4 โมง รถทุ กคันต้องมา ทุ กคนต้องพร้อม แต่พอช่วงที่เรามารับหน้าที่ต่อทุ่มหนึ่งยังไม่มีใครมาเลยเพราะเราคุมไม่ได้ ไม่มีอำนาจพอ เราก็เลยคิดว่าเราหยุดดีกว่า ข า ยบ้างให้บ้างของในวง

เราเลยกลายมาเป็นศิลปินเดี่ยวเราสบายใจกว่า เป็นศิลปินเดี่ยวโชว์ตัวมีเงินเก็บซื้อบ้านหลังโตอยู่ในเมืองได้อย่างสบาย

แต่ก็ไม่ซื้อกลับไปทอดแห หาปลา ใช้ชีวิตแบบธรรมดา เหตุเพราะ? ผมชอบแบบนั้น เพราะเราเกิดมาปู่ ย่า ตา ยาย เราเห็นในสิ่งที่เขาทำเขาอยู่

เรามีความสุข อย ากไปไร่ไปนาเราก็ไป เราใช้ชีวิต แบบง่ายๆเรามีความสุขดีในแบบของเรา จะให้เราไปเปิดผับ บาร์ อะไรพวกนั้นผมไม่ทำ เพราะแค่คิดผมก็เซ็งแล้ว เซ็งมาก่อนที่คิดจะทำเลยไม่คิดว่าจะทำได้เราชอบของเราแบบนี้ธรรมชาติๆ ผมมีลูก 3 คน ผู้หญิงสอง แล้วลูกชายคนเล็กสุด 17-18 ปีเอง คนนี้ชื่อ อัทครับ ช่วงโรงเรียนเขาหยุดเราเลยหัดให้เขาร้องเพลง บังคับให้เขาร้อง

ปริมาณของ “ความสุข” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของ “สิ่งดี ๆ” ที่เราได้รับ แต่อยู่ที่ “มุมมอง” ของเราที่มีต่อ “สิ่งเหล่านั้น” ต่างหาก