อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านมือถือง่ายๆ ทำที่บ้าน ไม่ต้องไปขนส่ง

สวัสดีครับวันนี้แอดมีขั้นตอนอบรม ใบขับขี่ ออนไลน์ ทำง่ายๆที่บ้าน โดยที่เราไม่ต้องไปขนส่งให้ยุ่งยาก ต้องบอกว่ายุคนี้เราทำอะไรก็นิยมทำแบบออนไลน์กันแบบง่าย ๆ เลย ยิ่งอยู่ในสถานการณ์นี้แล้วอยู่แบบนี้คนยิ่งเลี่ยงการออกจากบ้านหรือการอยู่ในกลุ่มคนเยอะๆ ในการอบรมและการต่อใบขับขี่เองก็เลยต้องปรับให้สามารถทำแบบออนไลน์ได้

โดยเปิดอบรมให้ก่อนหมดอายุ 90 วัน หรือกรณี หมดอายุไปแล้วแต่ไม่เกิน 1 ปี ให้อบรม 1 ชั่วโมง นอกจากการอบรมแล้วก็อาจจะต้องมีการเข้ารับการทดสอบเพิ่มเติมด้วย ในกรณีที่หมด อายุนานเกิน 1 ปี

เอาล่ะขั้นตอนแรกให้ดาวน์โหลดแอพ DLT–e–Learning มาลงในเครื่องก่อนแล้วก็ให้ลงทะเบียนให้เรียบร้อย จากนั้นเรามาดูขั้นตอนการทำกันได้เลยครับ

– จัดการ กรอก ข้อมูลส่วนตัวให้เรียบร้อย
– จากนั้นทำแบบทดสอบก่อนอบรม
– ทำการชมคลิปวิดิโออบรมของขนส่ง
– จากนั้นก็ทำแบบทดสอบหลังการอบรม
– ต่อไประบบประกาศผลให้กดบันทึกภาพหน้าจอเอาไว้
– หาก ผ่าน ก็จะขึ้นว่า “ผ่านการอบรม”

เท่านี้ก็เรียบร้อย หากใบขับขี่ของคุณเพิ่งจะหมดอายุ หรือกำลังจะหมดก็เข้ารับการอบรมแบบออนไลน์ได้เลย ซึ่งจะทำให้สะดวกสบายมากกว่าการต้องเดินทางไปยังกรมขนส่ง ได้ที่ลิงค์เข้าเว็บ https://www.dlt-elearning.com และกด “ลงทะเบียน” เพื่อเข้ารับการอบรมออนไลน์

หลังจากอบรมเสร็จแล้วให้เราดำเนินการดังนี้
1 จองคิวนัดวัน ในแอพ DLT Smart ของขนส่ง (ลงเวลา/รอบ)
2 อบรมออนไลน์ในลิงค์ e-learning(อบรมเสร็จ แคปหน้าจอ)
3 ไปหาหมอ นำใบรับรองแพทย์ไปด้วย
4 ถึงวันจริง ต้องไปตามเวลา ต่อรอบ ที่จองไว้ (เอกสาร -ใบขับขี่ตัวจริง-บัตรประชาชน -ใบรับรองแพทย์ -ภาพที่แคปไว้ตอนเรียนเสร็จ)
5 ต่อคิว ทดสอบสมรรถภาพ (ตาบอดสี – เหยียบเบรค – หยุดเส้น) ทดสอบผ่านแล้ว ยื่นเอกสารรอทำบัตรได้เลย —ใช้เวลาประมาน 1ชั่วโมง

ล่าสุดวันที่ 20/08/2564 กรมการขนส่งทางบก ได้ขยายระเวลาเวลาผ่อนปรนการต่อใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว ให้สามารถใช้ต่อได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

โดยในช่วงระยะเวลาการงดให้บริการ กรมการขนส่งทางบก ได้ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อผ่อนปรนการใช้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง กับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถที่สิ้นอายุแล้ว สามารถใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

ขอบคุณที่มากรมการขนส่งทางบก https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS/posts/2983362305220250