‘ปาน ธนพร’ ดูแลแม่ติดเตียง 17 ปี รักษาหมดร่วม 10 ล้านบ าท

สำหรับนักร้องหญิงที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของเมืองไทยที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง ปาน ธนพร แวกประยูร ซึ่งปัจจุบัน ปานมีอายุ 45 ปี และเป็นที่ทราบกันดีว่าเธอนั้นเป็นบุตรยอดกตัญญูมากทีเดียวเพราะเธอนั้นต้องดูแลแม่ที่ไม่สบาย นอนติ ดเตียงมา 17 ปีแล้ว และเธอก้ได้เผยว่าเธอเองหมดค่ารั กษาไป 10 ล.บ. เลยทีเดียว ซึ่งเรียกได้ว่าเธอเอง นั้นยอมทุ กวิถีทางเพื่อแม่จริงๆ โดยปานเล่าว่าแม่มีอาการไม่สบายตั้งแต่ปี 2545 ยาวจนถึงปัจจุบัน

อาการล ๅม ตั้งแต่เบ าหวาน ความดั น และมีอาการทางสมอง จนลๅมไปถึงเส้นเลืoดตี บ ถึงสองครั้งจนทำให้แม่ถึงกับพูดไมได้ แต่ทางครอบครัวดูแลจนอาการที่เคยหนัก กลับมาดีขึ้น และปัจจุบันปานบอกกับเราว่า ครอบครัวดูแลแม่เสมือน แม่ไม่เคยไม่สบาย

โดยเธอเองก็ดูแลแม่ทุ กอย่างไม่ว่าจะป้อนข้าว เช็ดตัวและทำทุ กๆ อย่างเพราะแม่เธอนั้นนอน ติดเดียงทำอะไรไม่ได้เลย ทางด้านชีวิตส่วนตัว ปานเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2519 ที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพมหานคร ปาน เป็นบุตรของนายมนูญ และนางดวงพร แวกประยูร มีพี่น้อง 5 คนเป็นผู้หญิงทั้งหมด

ปานมีความสนใจในการร้องเพลงมาตั้งแต่เล็ก เริ่มต้นการร้องเพลงในสไตล์ลู กทุ่ง ปานเข้าเรียนระดับมัธยมที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ ได้เริ่มการร้องเพลงอาชีพครั้งแรกตอนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 5 ในฐานะนักร้องคอรัส จบปริญญาตรีที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกดนตรี ได้ทำงานเบื้องหลังมาตลอด ทั้งร้องคอรัส ร้องเพลงละคร ร้องเพลงประกอบรายการ

ปัจจุบันปานทำงานประจำในตำแหน่งครูสอนร้องเพลงที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ และจบปริญญาโท ดุริยางศาสตรมหาบัณฑิตสาขาสังคีตวิจัยและพัฒนา ที่คณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2557 โดยปาน ธนพร ร่วมงานกับวงดนตรีเพื่อชีวิต คาราบาว ออกผลงานเพลงในอัลบั้ม หนุ่มบาว-สาวปาน อัลบั้มนี้ได้รับการรับที่ดีและความนิยมมากจากคนฟัง

ทำให้ในช่วงนี้มีกระแสข่าวว่าปานจะย้ายไปสังกัดค่ายวอร์นเนอร์มิวสิก ในปี 2555 ปานได้รับการทาบทามให้แสดงละครเพลงอีกด้วย

อยากให้พี่ปานให้กำลังใจใครหลายๆคน ที่ตอนนี้เขาก็ประสบปัญหากันทั่วประเทศเลย ? ปาน : อย่างที่บอกคำว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนที่พระพุทธเจ้าสอนมันลึ กซึ้งมากจริงๆ  มันไม่ใช่แต่กายมันเป็นเรื่องของข้างในด้วย อาจารย์พี่ก็จะสอนเสมอว่าให้มองทุ กอย่างตามความเป็นจริง เราจะได้ไม่หลงทาง ต่อให้มันจะทุ กข์ มันจะแยกแยะได้ว่าทุ กข์ที่มันเกิด มันเกิดขึ้นจากตั ณห าในใจหรือความไม่ได้ดั่งใจ มันใช่ทุ กข์ที่ควรทุ กข์หรือไม่ แต่กับบางคนที่ทุ กข์จริงๆคือที่อยู่ตามข้างถนนไม่มีจะกิน อันนี้ทุ กข์จริง พวกที่ยังทุ กข์อยู่ด้วย แค่ไม่ได้ดั่งใจลองถามตัวเองว่าทำไมยังกล้าเรียกว่าทุ กข์ มันทำให้เราตื่นเลย