“น้ำ รพีภัทร” พระเอกติดดิน ทำเกษตรใช้เงินวันละ 300 บาท

สวัสดีครับวันนี้แอดมินจะพาไปรู้จักพระเอกติดดิน น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล ตอนนี้กลายเป็นเกษตรกรเต็มตัว เจ้าของ “รพีภัทรฟาร์ม” จ.นครนายก ที่ทำควบคู่ไปกับงานแสดง เปิดใจกับเราถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายอยู่กับครอบครัว ทำเกษตร สอนลูกให้สัมผัสกับชีวิตบ้านทุ่งเหมือนกับตนในวัยเด็ก พอใจกับชีวิตที่ลงตัวในตอนนี้

“โชคดีที่ผมอยู่ต่างจังหวัด ค่าครองชีพไม่สูงมาก ค่ากิน ของผม ถ้าไม่รวมน้องๆ ในฟาร์มนะครับ วันหนึ่ง ผม ภรรยา และลูก ๆ ค่ากินไม่น่าเกิน 300 สามมื้อทั้งครอบครัว แต่นี่ไม่รวมค่านมลูกประมาณอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ต้องไปซื้อทีนะ อันนี้ไม่เกี่ยว

“ช่วงนี้ว่างมันก็ดีอย่างหนึ่ง เราก็ได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับบ้าน ได้ทำกิจกรรมภายในฟาร์มได้ดูแลใกล้ชิดมากขึ้น ก็ถือว่าในข้อที่มันแย่ๆ ก็ยังมีอะไรที่ดีเกิดขึ้น เพราะว่าเราได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับสิ่งที่เรารัก”น้ำกล่าว

เรียกว่าเป็นเกษตรกรเต็มตัว? “ถือว่าควบคู่กันไปมากกว่าครับ เพราะอาชีพหลักยังคงเป็นอาชีพนักแสดง รายได้หลักของเราก็คงเป็นอาชีพนักแสดง แต่อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพเสริม เป็นสิ่งที่เรารักสามารถสร้างรายได้ในตัวของมันเองเลี้ยงตัวเองไปได้”

“สำหรับใครที่อยากมาทำอาชีพเกษตรกร ก็ต้องลองศึกษาเยอะๆ ช่วงนี้ถ้าเกิดว่างๆ มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้มีเวลาศึกษาดูว่าตัวเราเองชอบทางไหน ถนัดทางไหน บางคนอยากปลูกต้นไม้ หรือว่าทำอะไรที่จับต้องแล้วสามารถเกิดเป็นรายได้สามารถเลี้ยงตัวได้เป็นอาชีพเสริมก็ยังดี เพราะบางทีมันอาจจะกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับเราก็ได้”

เราเริ่มเร็ว ทำให้วันนี้ชีวิตลงตัวแล้ว? “ใช่ครับ โชคดีที่ได้เริ่มเร็ว เป็นที่รู้จักและมีลูกค้าที่เขาติดตามกันมา และมีลูกค้าประจำที่ยังคงติดต่อแบ่งปันสายพันธุ์อยู่เรื่อย ก็ยังโชคดีที่เรายังไม่ต้องไปดึงเงินในส่วนที่เก็บไว้เพื่อการศึกษาของลูก”

แต่ถ้าเป็นค่าข้าวค่ากินภายในบ้าน ประมาณ 300 ต่อวัน มีน้องๆ ที่ดูแลฟาร์ม ดูแลควายในฟาร์ม ตอนนี้มีประมาณ 6 คนครับ ก็กินอยู่ที่นี่ แต่ผมก็จะมีส่วนค่าอาหารให้เขามาเบิกได้ตลอดเวลา กินอยู่มีห้องนอนให้มีแอร์ให้นอน อยู่ด้วยกันภายในรั้วเดียวกันครับ”

เป็นคุณพ่อลูกสาม สอนลูกให้อยู่กับธรรมชาติ คนบ้านทุ่ง เด็กๆ ชอบไหม?
“ก็เหมือนเราแหละครับ เรามีกิจกรรมที่สามารถอยู่ในบ้านและทำร่วมกันได้เหมือนกับผมตอนเด็กๆ ผมอยู่บ้าน ผมก็มีกิจกรรมอยู่ในบ้านไม่ต้องออกไปข้างนอก อยู่ในบ้านก็สามารถเล่นสนุกได้ ก็ใช้วิธีการเดียวกันเหมือนอย่างที่ผมได้สัมผัสตอนเด็กๆ เป็นวิธีการสอนลูก

หลายคนมีแนวคิดเกษียณเร็ว วิถีชีวิตตอนนี้ถือว่าตัวเองเกษียณได้ตามเป้าหรือยัง?
“ยังไม่ได้เกษียณหรอก ก็ยังคงทำงานอยู่แหละครับ ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าอยากจะเกษียณไม่เกินอายุ 50 ถ้าเป็นข้าราชการก็ 60 ใช่ไหมครับ ผมอยากจะเกษียณให้เร็วกว่าคนอื่นสัก 10 ปี แต่ตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงอยู่ดี มันก็ยังมีเวลาช่วงที่เรายังต้องทำต้องหาต้องสร้างเพื่อความมั่นคงของครอบครัวด้วย”

ไม่ได้คิดหันหลังให้วงการบันเทิงไปเลยใช่ไหม? “ตอนนี้ยังคงรับอยู่นะครับ ช่วงหลังผมรับละครครั้งละเรื่อง หรือไม่งั้นก็จะมีช่วงรอยต่อเรื่องนี้จะปิด อีกเรื่องเริ่มเปิดใหม่ ก็แทบจะไม่เคยได้หยุดนะ มีละครอยู่ตลอด ก็คงจะรับตามกำลังเราครับ แบ่งเวลามาดูฟาร์มที่นครนายกด้วย

เพราะถ้าผมไม่อยู่บ้าน ลูกสามคน ภรรยาผมดูแลคนเดียวเลย ก็จะมีแม่ผมบ้าง แม่มินตราบ้างสลับสับเปลี่ยนมาช่วยดูแลหลานบ้าง แต่ก็มีน้องๆ ผู้หญิงภายในฟาร์มก็มีมาช่วยบ้าง ก็ถือว่าโอเค ตอนนี้ผมว่าสมดุลในการทำงาน เรื่องการจัดการภายในฟาร์มลงตัว”

ชีวิตพระเอกมีชื่อเสียง กับการเป็นเกษตรกร ชอบชีวิตแบบไหนมากกว่ากัน? “ชอบทั้งสองอย่าง เรื่องหน้าที่นักแสดงเราก็เข้าใจวัฏจักรมันเป็นยังไง วันหนึ่งมันขึ้นมันก็ลง ถ้าเราเป็นนักแสดงเราสามารถสวมได้ทุกบทบาทก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ยังไว้วางใจมอบบทละครที่ดีๆ ให้ได้เล่นตลอด ไม่เคยขาดมือ ก็ยังคงแฮปปี้กับการเล่นละคร

ยิ่งตอนนี้ยิ่งโตขึ้นเรายิ่งเล่นละครได้หลากหลายบทบาทขึ้น ไม่จำเจดี แล้วก็เรื่องของงานฟาร์มเป็นสิ่งที่เรารักอย่างหนึ่ง ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว มันยิ่งเป็นความสุขมาก ผมเป็นคนที่พอใจกับอะไรกับชีวิตตัวเองอยู่แล้ว

พอใจกับมันแทบจะตลอดทุกช่วงของเวลาของอายุเลยนะ เราก็รู้ว่าบางช่วงอาจจะมีช่วงวัยรุ่นที่มันค่อนข้างเป็นพวกสุขนิยม ไม่ได้คิดวางแผนอะไรมากมาย แต่เมื่อเวลาวัยมันเปลี่ยนไปเรามีครอบครัวมันก็จะต้องเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง เราก็สร้างวางแผนมันขึ้นมาก็แฮปปี้กับมันทุกช่วงเวลา”

ขอบคุณที่มาwww.khaosod.co.th เรียบเรียงโดยเพจเกษตรผสมผสาน สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบพระเอกน้ำ รพีภัทร สามารถไปติดตามผลงานเจ้าตัวได้ที่เพจ https://www.facebook.com/NamRapeepat2