จากชาวสวนธรรมดา กลายเป็นเศรษฐี มีคนจอง ลูกละ 9,000 บ าท

บางครั้งโชคชะตาก็เปลี่ยนชีวิตเราโดยที่ไม่ทันตั้งตัว อยู่ที่ใครจะเตรียมพร้อมมากกว่ากัน เพราะมันอาจทำให้คนๆ หนึ่งกลายเป็นเศรษฐี เหมือนชาวสวนรายนี้ เว็บไซต์ต่างประเทศ ได้รายงานเรื่องราวของชาวสวนดวงเฮง จากประเทศอินเดีย ที่สามารถปลูกมะม่วงที่มีราคาแพงที่สุดในโลก โดยในตอนแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เมล็ดมะม่วงที่เขาได้นั้น คือมะม่วงพันธุ์อะไร

จุดเริ่มต้นอยู่ที่เมื่อหลายปีก่อน ชาวสวนอินเดียชื่อ ซานกลาฟ (Sankalp Singh Parihar) ได้นั่งรถไฟเดินทางไปที่เมืองเจนไน จู่ๆ ก็มีผู้โดยสารคนหนึ่งเข้ามาถามเขาว่า อย ากได้เมล็ดมะม่วงเมล็ดพันธุ์ที่หาย ากที่สุดไหม

นายซานกลาฟอย ากรู้ว่ามะม่วงที่หาย ากเป็นอย่างไร เขาจึงตัดสินใจซื้อในราคา 2,500 รูปี (ประมาณ 1,060 บ าท) เมื่อกลับไปบ้าน เขาก็เอาเมล็ดที่ได้มาปลูกด้วยวิธีเดียวกับการปลูกต้นไม้ทั่วๆ ไป และตั้งชื่อมันตามชื่อแม่ของตัวเองว่า ดามินี

กระทั่งผ่านไปไม่กี่เดือน มะม่วงของเขาเติบโตและผลิดอกออกผล ลักษณะต้นเหมือนมะม่วงทั่วๆ ไป แต่ลูกมะม่วงกลับมีสีแดงสวยงาม เขาถึงเริ่มรู้ตัวว่ามะม่วงต้นนี้มันแปลกกว่ามะม่วงทั่วๆ ไป ซึ่งมะม่วงของนายซานกลาฟ คือมะม่วงสายพันธุ์มิยาซากิ (Miyazaki) ที่เมล็ดหาย ากมากๆ จะทำการซื้อข ายผ่านการประมูลแบบพิเศษเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งราคามีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน และจะปลูกในหมู่เกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น

มะม่วงสายพันธุ์มิยาซากิ (Miyazaki) นี้ เป็นมะม่วงสายพันธุ์หนึ่งที่ปลูกได้ย ากมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการปลูกและดูแลอย่างรอบคอบ แต่เมื่อมาปลูกในพื้นที่ของอินเดีย มันกลับสามารถเติบโตได้อย่างไร้ปัญหาใดๆ

เรื่องราวของนายซานกลาฟ กลายเป็นที่สนใจจากคนทั้งในและนอกประเทศ จนมีคนติดต่อขอซื้อมะม่วงจากเขามากมาย โดยจองซื้อตั้งแต่ยังอยู่บนต้น ในราคาลูกละ 21,000 รูปี (ประมาณ 9,000 บ าท) กันเลยทีเดียว

จากชาวสวนธรรมดา นายซานกลาฟกลายเป็นเศรษฐีในเวลาไม่นาน แต่ทว่าความร่ำรวยนี้ก็ทำให้มีหลายคนต้องการลูกมะม่วงจากสวนของเขา โดยปีที่แล้วมีคนแอบเข้ามาขโมยไปกว่า 14 ลูก ทำให้นายซานกลาฟต้องแบ่งเงิ นไปจ้ างหน่วยงานรักษาความปลอดภั ยให้เข้ามาดูแลสวน

ซานกลาฟจ่ายเงิ นจ้ างพนักงานรักษาความปลอดภั ยเดือนละ 8,000 รูปี (ประมาณ 3,400 บ าท) เขากล่าวว่า เข ายอมเสียเงิ นค่าจ้ างหน่วยงานรักษาความปลอดภั ย ดีกว่าเสียลูกมะม่วง ที่มีคุณค่ากับเขามากกว่าเงิ นทองเสี ยอีก

หากคุณเชื่อมั่นว่าคุณสามารถทำได้ นั่นเท่ากับว่าคุณได้ทำสำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ที่มา : ladbible