สาวน้อย วัย 11 ปี เลี้ยงดูพ่อบุญธรรมตัวคนเดียว เลือกปฏิเสธที่จะไปอยู่กับครอบครัวที่ร่ำรวย

สวัสดีครับวันนี้แอดมินเพจสายบุญมีเรื่องราวดีของเด็กหญิง วัย 11 ปี เลี้ยงดูพ่อบุญธรรมตัวคนเดียว เลือกปฏิเสธที่จะไปอยู่กับครอบครัวที่ร่ำรวย โดยเด็กหญิงอายุ 11 ปี ชื่อXiaoqi”หลังจากที่ลืมตาดูโลก พ่อแม่ของเธอก็ทอดทิ้งเธอไว้ที่โรงพยาบาล ซึ่งในขณะนั้นมีสองสามีภรรยาได้รับเธอมาเลี้ยง เหมือนเป็นลูกแท้ ๆ

ครอบครัวที่รับเด็กสาวมาเลี้ยงไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก ตอนที่เด็กอายุได้ 4 ขวบ คุณพ่อเกิดไม่สบายกะทันหัน และไม่สามารถทำงานหาเงินได้อีก ทำให้ผู้เป็นภรรยาทนไม่ได้กับสภาพความเป็นอยู่ที่แสนลำบาก และตัดสินใจหย่ากันในที่สุด เหลือเพียงคุณย่าวัย 85 ปี กับเธอเท่านั้น ที่ยังอยู่ดูแลคุณพ่อที่ไม่สบายเป็นอัมพาด

เวลาผ่านไป 5 ปี คุณย่าในวัย 90 ปี ได้ล้มป่วยอีกคน ทำให้เด็กหญิงXiaoqi ในวัย 9 ขวบจึงต้องเป็นเสาหลักดูแลทั้งคุณพ่อและคุณย่าด้วยตัวเอง เธอต้องดูแลงานบ้านทั้งหมด ทั้งซักผ้า ทำกับข้าว และรับทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนอีกด้วย

เวลาผ่านไปไม่นาน คุณย่าก็จากโลกนี้ไป เหลือเพียงเด็กสาวกับคุณพ่อ 2 สองคน เธอต้องทำงานหนักทุกวัน แต่ก็ไม่เคยบ่นเลยสักคำ คนรอบข้างก็รู้ดีว่าเธอเป็นเด็กดีและเชื่อฟัง ทำให้ทุกคนที่พบเจอเธอ ต่างก็รักและเอ็นดูเธอ

คุณพ่อบุญธรรมรักลูกสาวมากเด็กหญิงXiaoqi คนนี้มาก ในวันเกิดเธอ เข้าได้ซื้อจักรยานให้เธอในวันเกิด และเตรียมเค้กวันเกิดให้ ทั้งที่ความเป็นอยู่แสนลำบาก แต่เขาก็ไม่รู้สึกเสียดายเลย เพราะได้เห็นลูกสาวยิ้มอย่างมีความสุขก็เพียงพอแล้ว

คุณพ่อเล่าว่าตอนเธออายุได้ 6 ขวบ ในตอนนั้นพ่อแม่แท้ๆ ที่ให้กำเนิดได้มาหาเธอถึงบ้าน และบอกว่าต้องการพาตัวเธอกลับไป พ่อแม่แท้ๆของเธอฐานะค่อนข้างดีและชวนเธอไปอยู่ด้วยไม่อยากให้ลูกต้องลำบากอีก แต่เธอก็ตัดสินใจไม่กลับไป โดยให้เหตุผลว่าต้องอยู่เพื่อดูแลคุณพ่อกับคุณย่า

ทุกๆวัน เธอต้องตื่นนอน 6 โมงเช้า เพื่อต้มข้าวต้ม จากนั้นก็ป้อนข้าวต้มให้พ่อทาน แล้วจึงค่อยไปโรงเรียนตามปกติ ในช่วงพักกลางวันเธอต้องไปที่ตลาดเพื่อซื้อวัตถุดิบไปทำอาหาร หลังเลิกเรียนต้องกลับบ้านไปทำงานบ้าน อาบน้ำให้พ่อ จากนั้นถึงจะมีเวลาทำการบ้าน

พ่อบุญธรรมรู้สึกสงสารเธอมาก แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ทำได้เพียงช่วยลูกสาวล้างผัก เตรียมกับข้าวบ้าง คุณพ่อเล่าทั้งน้ำตาว่า เด็กหญิงXiaoqi ต้องดูแลผมตั้งแต่เด็ก ผมสงสารเธอมาก ผมอยากให้เธอเติบโตอย่างแข็งแรง และสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว”

ถึงแม้ว่าเธอต้องดูแลคุณพ่อ และทำงานไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผลการเรียนตกต่ำเลย อาจารย์ประจำชั้นเธอก็บอกว่า เธอเป็นนักเรียนที่ขยันและฉลาดมาก หลังจากที่เรื่องราวนี้ได้เผยแพร่ออกไป หน่วยงานในท้องถิ่นก็ได้เข้าช่วยเหลือเธอในเบื้องต้นแล้ว เธอได้รับเงินดูแลพิเศษ

และสิ่งของเครื่องใช้เป็นประจำทุกเดือน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว เธอเป็นเด็กที่น่ายกย่องมาก เราหวังว่าเธอจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนะ ขอขอบคุณแหล่งที่มา: thongmeman เรียบเรียงโดยเพจสายบุญ

Facebook Comments Box