อะโวกาโดปลูกในกระถาง ด้วยการใช้น้ำ รากงอกเร็วโตไว

สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุ กท่าน ก่อนอื่นแอดมินและทีมงานเพจเกษตรผสมผสานก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลงานของเราตลอดมา ทางทีมจะคอยนำเสนอเรื่องราวดีๆ ให้ความเพลิดเพลินใจและมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่านอยู่เป็นนิจนะคะ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเกษตร ธรรมะ ทำบุญ หรือเรื่องราวชีวิตต่างๆเช่นเคยนะคะ ทางทีมงานของฝากคำคมไว้เช่นเคยนะคะ ปริมาณของ “ความสุข” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของ “สิ่งดี ๆ” ที่เราได้รับ แต่อยู่ที่ “มุมมอง” ของเราที่มีต่อ “สิ่งเหล่านั้น” ต่างหาก

หนึ่งในผลไม้ที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพมาก ๆ คือ อะโวคาโด (Avocado) ซึ่งเราก็จะรู้จักคุ้นเคยกันดี หาซื้อได้ไม่ย าก สามารถปลูกได้ในประเทศไท ยของเรา เป็นไม้ผลที่ตลาดมีความต้องการสูงมาก วันนี้เราจะมีแนะนำวิธีในการปลูกอะโวคาโด ซึ่งก็มีการปลูกแบบใช้น้ำและใช้ดิน ใครที่สนใจอย ากจะปลูกเอาไว้ทานเองในบ้านบ้างมันก็น่าลอง มีขั้นตอนในการปลูกอย่ างไรมาติดต ามกันได้เลย

การปลูกอะโวคาโดในกระถางโดยใช้ดิน

เอาเมล็ดของอะโวคาโดมา แกะออกมาได้เลยโดยไม่ต้องใช้มีดเพราะอาจจะส่งผลให้เมล็ดเสียหายได้หากคมมีดโดน จ า กนั้นก็เอาไปล้างในน้ำอุ่นอย่ างเบ ามือ แล้วขัดเบ า ๆ ด้วยแปรงขนนุ่ม ถูให้เศษเนื้อที่ติดอยู่บนเมล็ดนั้นหลุดออกไป จ า กนั้นนำกระดาษชำระมาห่อหรือผ้าสักหลาดที่มีความชื้น จ า กนั้นใส่ในถุงพลาสติกแบบไม่ต้องรูดซิปปิด แล้ววางในตู้ที่ไม่โดนแสงแดด

จ า กนั้นให้สังเกตที่ถุงทุก 4 วัน ดูว่ากระดาษทิชชู่ยังเปียกอยู่ไหม ถ้าแห้งจะต้องพรมน้ำเพิ่ม และไม่กี่สัปดาห์จะเห็นรากเริ่มงอกออกมาแล้ว เปลือกจะแตกออกมาเห็นรอยแยกลึกลงไปในเมล็ด ระวังอย่ าทำให้เมล็ดแตกเพราะเนื้อเมล็ดเองจะเป็นส่วนที่หล่อเลี้ยงรากให้โต รอให้รากย าวได้ประมาณ 3 นิ้ว ค่อยนำมาปลูกในกระถาง ถ้ารากย ากไปก็ตัดออกได้ ใส่ดินปลูกลงกระถาง 8 นิ้วแล้วปลูกได้เลย

ดินปลูกจะต้องระบ ายน้ำได้ดี ใส่ลงไปครึ่งกระถางพอแล้ววางเมล็ดลงไป วางส่วนฐานหรือรากลงไปด้านล่างติดกับดิน วางอย่ างเบ ามือระวังอย่ าให้แตกหัก แล้วกลบดินลงไปโดยเหลือเมล็ดส่วนหัวไว้เล็กน้อย เพราะต้นอะโวคาโดนั้นจะงอกออกมาได้ง่าย จ า กนั้นรดน้ำให้ชุ่ม ไม่ต้องแฉะและใส่ปุ๋ ยบำรุงปกติเลย วางในที่มีอากาศถ่ายเทไม่มีลมหรือแดดจัดเกินไป และสั่งเกตดินให้ดีอย่ าให้แห้งอะโวคาโดชอบน้ำพอสมควร

เราจะต้องมีการรดน้ำอย่ างสม่ำเสมอ แล้วปลูกไปจ นมีใบงอกออกมาให้ใส่ปุ๋ ยบำรุงสูตร 7 – 9 – 5 ทุก 3 เดือน หรือจะใช้เป็นปุ๋ ยละลายช้าก็ได้ แล้วพอต้นขนาดสูงขึ้นแล้วก็ควรจะเปลี่ยนขนาดของกระถางให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้รากสามารถหาอาหารได้เพียงพอ พอเปลี่ยนไปจ นถึงขนาดกระถาง 24 นิ้วแปลว่าคุณปลูกได้โตแล้วไม่นานคงมีผลผลิตให้ได้เก็บกัน

การปลูกอะโวคาโดในน้ำ

วิธีหนึ่งจะทำให้เมล็ดอะโวคาโดนั้นมีรากงอกออกใบเร็วคือการปลูกในน้ำ แบบนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย โดยแกะเมล็ดออกไปก่อนแล้วล้างเอาเนื้อเยื่อออกระวังอย่ าให้เปลือกสีน้ำต าลของเมล็ดหลุดไป

แล้ววางเมล็ดอะโวคาโดส่วนด้านล่างที่รากจะงอกออกลงในน้ำ โดยฐานนั้นจะมีลักษณะอ้วนกลม ด้านบนนั้นต้นจะงอกออกมา

เอาไม้จิ้มฟั นมา 4 อันแล้วแ ทงในเมล็ดให้ลึกพอประมาณ โดยเว้นระยะห่างให้พอดี ไม้จะช่วยพยุงไม่ให้เมล็ดนั้นจมลงไปในน้ำและไม่เคลื่อนไปมา

ก็จะได้ออกมาประมาณนี้ โดยเราจะใช้แก้วหรือภาชนะที่วางเมล็ดอะโวคาโดลงไปได้ พอเราเตรียมเมล็ดเสร็จแล้วก็วางลงไปเลย

เสร็จแล้วก็วางไว้แบบนั้น ประมาณ 2 – 8 สัปดาห์รากจะเริ่มแท งออกมาแล้ว หากน้ำในแก้วแห้งให้เติมลงไปด้วย พอรากมาใบก็จะเริ่มมา

แล้วก็เอาไม้จิ้มฟั นออกจ า กเมล็ดแล้วนำไปปลูกลงในกระถาง 6 นิ้วได้เลย โดยตอนจะย้ ายนั้นรากต้องย าว 3 นิ้วขึ้นไป แต่ถ้าย าวมากไปก็ตัดรากออกให้พอดี ใส่ดินปลูกวางเมล็ดลงแล้วกลบดินได้เลย แล้วนำไปวางในที่มีแสงแดดส่องถึง อากาศถ่ายเทสะดวก

จ า กนั้นรดน้ำให้ชุ่มสม่ำเสมอและอย่ าให้แฉะมากเกินไป หากช่วงไหนฝนมาถี่ก็เว้นระยะการรดได้เพราะมีฝนช่วยอยู่แล้ว หากได้น้ำเยอะเกินไปจะทำให้ต้นเหลือง

พอเราปลูกได้ความสูงสัก 12 นิ้วก็เด็ดยอดอ่อนออก 2 ยอด เพื่อเร่งให้เกิดการแตกกิ่งใหม่แผ่ออกมาเป็นทรงพุ่ม รอให้ต้นสูงขึ้นไปอีกสัก 6 นิ้วเราก็เด็ดได้อีก 2 ยอด

หากมีแม ลงมารบกวนก็หาน้ำย ามาจัดการ โดยเน้นน้ำห มักที่ไม่มีส ารเคมีอันตร ายอาจจะเอาน้ำมันสะเดาผสมน้ำย าล้างจานมาฉีดพ่นจะช่วยไล่เพลี้ย ไล่แม ลงได้ เท่านี้เราก็มีต้นอะโวคาโดไว้เก็บผลทานกันแล้ว

อะโวคาโดมีประโยชน์อ ย่  า งไ ร

1 ลดไขมันในเลื อดได้ดี

2 เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก

3 บำรุงสุขภาพผมให้เงางาม

4 บำรุงผิวพรรณให้เนียมแข็งแรง

ในการปลูกต้นอะโวคาโดต้องบอกว่าอ ย าเพิ่งคาดหวังผลผลิตเร็วนักเพราะบ างต้นก็นานมากกว่า 15 ปีเลยถึงจะมีผลผลิตมาให้เราได้เก็บ แต่บ างต้นเพียงแค่ 2 – 3 ปีก็มีลูกดกแล้ว ฉะนั้นก็ปลูกและดูแลให้ดี ไม่ว่าจะกี่ปีหากไม่กลับดาวก่อนยังไงเราก็ต้องได้เห็นผลผลิตอย่ างแน่นอน

เรียบเรียงโดย เกษตรผสมผสาน

Facebook Comments Box