สวนเกษตรผสมผสาน “รวยแบบพอเพียง” ของ “ประสิทธิ์ ทองใส” ปราชญ์เกษตรเมืองยะลา

ปัจจุบัน รัฐบาลมีนโยบายเร่งขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคการเกษตร โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น สำนักงาน กศน. จังหวัดยะลา ภายใต้การนำของ คุณขนิษฐา มะลิสุวรรณ ผู้อำนวยการ กศน. ยะลา

จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพและต่อยอดหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” นำวิถียั่งยืนสู่ชุมชน เพื่อให้เกษตรกรและนักศึกษา กศน. ได้เรียนรู้และเข้าใจหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพได้

ลุงสิทธิ์ พาชมสวนเกษตรผสมผสาน
หลักเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่ดีสำหรับนำไปใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวัน หลายคนที่หันมาใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต ล้วนมีความสุข เพราะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นว่า เหมาะสมกับการดำเนินอาชีพอะไร ใช้ชีวิตอย่างไร และมีจิตใจที่พร้อมจะช่วยเหลือผู้อื่น ส่งผลให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ปัจจุบัน จังหวัดยะลา มีปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิมหลายท่านที่ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยกตัวอย่าง เช่น คุณประสิทธิ์ ทองใส ปราชญ์ประจำจังหวัดยะลา ที่ช่วยทำหน้าที่เป็นวิทยากร เผยแพร่ความรู้เศรษฐกิจพอเพียงสู่ชาวบ้าน สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม

คุณประสิทธิ์ ทองใส ปราชญ์ชาวบ้านคนเก่งของจังหวัดยะลา ที่หลายคนเรียกกันติดปาก “ลุงสิทธิ์เคราขาว” ได้เปิด “สวนลุงสิทธิ์” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ 30/8 หมู่ที่ 3 บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเต็งนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็น “ศูนย์สาธิตและการเรียนรู้การเกษตรจังหวัดยะลา”

ซึ่ง กศน. ยะลา มักพานักศึกษา กศน. และผู้สนใจแวะเวียนเข้ามาศึกษาเรียนรู้เรื่องการทำสวนเกษตรผสมผสาน ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง

ลุงสิทธิ์ เป็นชาวจังหวัดนราธิวาส แต่มาใช้ชีวิตที่จังหวัดยะลาตั้งแต่วัยเยาว์ เรียนจบการศึกษาระดับชั้น ปวช. ปีที่ 3 สาขาก่อสร้าง หลังจากนั้นรับราชการในตำแหน่ง นายช่าง ที่การไฟฟ้าจังหวัดยะลา นานถึง 29 ปี ลุงสิทธิ์ใช้เวลาว่างช่วงเสาร์-อาทิตย์ ทำการเกษตร เพราะใจชอบปลูกพืชผักไม้ผล ต่อมาลุงสิทธิ์ตัดสินใจลาออกเพื่อมาใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา

ลุงสิทธิ์ มุ่งมั่นทำสวนเกษตรด้วยความตั้งใจ สามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนประสบความสำเร็จ สามารถคว้ารางวัลผู้นำเกษตรกรก้าวหน้า ระดับเขตในปี 2534 รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาไร่นาสวนผสม จังหวัดยะลา ประจำปี 2548

รางวัลเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ประจำปี 2551 รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาประมง จังหวัดยะลา ประจำปี 2550 และได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น จังหวัดยะลา 2552 และรางวัลปราชญ์ดีเด่นจังหวัดยะลา ปี 2560

ลุงสิทธิ์ ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลามาตลอดในระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา โดยถูกคนร้ายยิงเฉียดตายมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งถูกเผาทำลายทรัพย์สิน เมื่อปี 2552 โดยคนร้ายได้วางเพลิงเผาโกดังปุ๋ยของลุงสิทธิ์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บรำละเอียด จำนวนประมาณ 20 ตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท

แต่ลุงสิทธิ์มีกำลังใจเต็มเปี่ยม ไม่ท้อถอยกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะเขามีใจรักในอาชีพเกษตรกรรม และประกาศที่จะยืนหยัดทำสวนเกษตรของเขาต่อไป ลุงสิทธิ์พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่เผยแพร่องค์ความรู้เรื่องการทำเกษตรผสมผสานตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ผู้สนใจ

โดยคาดหวังว่า ความรู้ดังกล่าวจะช่วยพัฒนาอาชีพให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่น กินดี อยู่ดี นำสันติสุขสู่ชายแดนใต้ได้ต่อไป

เนื่องจากชาวยะลาส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนยางพารา เมื่อเจอวิกฤตราคายางตกต่ำ ก็ส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้าน การเผยแพร่หลักแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนในครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลดี ทำให้ชาวบ้านเกิดแนวคิดใหม่ๆ ในการทำเกษตรแบบผสมผสานมากขึ้น

ลุงสิทธิ์ ยึดแนวพระราชดำริ เกษตรทฤษฎีใหม่และใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างคุ้มค่า บนเนื้อที่ 30 ไร่ ตลอดระยะเวลากว่า 35 ปี สร้างเงิน สร้างรายได้ สำหรับเลี้ยงดูครอบครัว สามารถส่งลูก จำนวน 4 คน เรียนจนจบมีงานทำทุกคน

สวนแห่งนี้ปลูกพืชผักผลไม้ผสมผสานกันหลากหลายชนิด เช่น ปลูกไผ่ช้างเมืองน่าน ลองกอง ต้นหมาก มะพร้าวน้ำหอม ทุเรียน กล้วย และมะนาวพันธุ์ทูลเกล้า เลี้ยงเป็ด ไก่ เพื่อใช้เป็นอาหารแล้ว ยังใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์เป็นปุ๋ยคอกได้อีก

พื้นที่ว่างก็ขุดบ่อเลี้ยงปลา 7 ไร่ ใช้เลี้ยงปลานิล ปลาทับทิม แล้วยังปลูกบัวเพื่อเก็บดอกไว้ขายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง ส่วนพืชน้ำ หรือต้นหญ้าริมบ่อก็ใช้ทำปุ๋ยได้อีก การทำสวนเกษตรผสมผสานของลุงสิทธ์ เปรียบเสมือนมีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ในบ้าน อยากกินพืชผัก ไม้ผลชนิดไหน ก็มีให้กิน ไม่ต้องเสียเงินซื้อหาอาหารจากภายนอก

แนวคิดของสวนเกษตรผสมผสานแนวใหม่ของลุงสิทธิ์ เรียกว่า ระบบ Four in One โดยปลูกไล่ระดับชั้นลงมา พืชชั้นบนคือ ต้นทุเรียน รองลงมาคือ ต้นมะละกอ ชั้นถัดมาคือ ขิงแดง ใต้ต้นขิงแดงปลูกกระชายดำ ชั้นล่างลงมา ปลูกเห็ดโคน การทำสวนในลักษณะนี้ เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า ประหยัดพื้นที่ เมื่อเทียบกับการปลูกพืชแบบเดิม วิธีนี้สามารถลดพื้นที่การปลูกพืชได้ 3-4 เท่า ทีเดียว

นอกจากนี้ ลุงสิทธิ์ยังปลูกพืชอายุสั้น โดยใช้หลักการเดียวกัน เรียกว่า ปลูกแบบ Three in One โดยปลูกพืชขึ้นค้าง คือ ฟักเขียว อยู่ด้านบน ปลูกอ้อยเป็นพืชชั้นกลาง และชั้นล่างปลูกพืชใต้ดิน คือ ถั่ว ที่นี่เน้นปลูกดูแลพืชแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี ไม่ต้องกลัวเรื่องโรคและแมลง

เพราะลุงสิทธิ์ใช้หลักธรรมชาติดูแลกัน โดยปลูกดาวเรืองแซมตามแปลงผัก เพราะดอกและใบมีกลิ่นฉุน แมลงจึงไม่อยากเข้าใกล้ อีกทั้งรากของดาวเรืองยังช่วยป้องกันการรุกรานของไส้เดือนฝอยได้ อีกแนวทางหนึ่งที่ลุงสิทธิ์มักแนะนำให้ผู้เยี่ยมชมงานนำไปใช้ป้องกันโรคแมลงก็คือ ใช้วิธีปลูกพืชสลับแถวเพื่อให้กลิ่นพืชแต่ละชนิดไล่แมลงรวมกันได้มากชนิดขึ้น

การทำสวนเกษตรผสมผสาน มีจุดแข็งอย่างหนึ่งก็คือ ช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุน ก่อนหน้านี้ ทุเรียน ลองกอง เจอปัญหาผลผลิตล้นตลาดขายได้ราคาไม่ดี แต่ลุงสิทธิ์ยังมีผลกำไรจากการขายมะนาวพันธุ์ทูลเกล้าเข้ามาเสริม จึงไม่ขาดทุนเหมือนกับเกษตรกรทั่วไปที่นิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยว

ลุงสิทธิ์ ปลูกมะนาวพันธุ์ทูลเกล้า จำนวน 500 ต้น บนเนื้อที่ 6 ไร่ มะนาวพันธุ์ทูลเกล้า เป็นที่นิยมปลูกอย่างแพร่หลายในพื้นที่ชายแดนใต้ มะนาวพันธุ์ทูลเกล้า มีจุดเด่นสำคัญคือ สามารถเก็บผลผลิตออกขายได้ตลอดทั้งปี มะนาวสายพันธุ์นี้ดูแลง่าย

ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดี ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคระบาด แค่ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ที่ลุงสิทธิ์ทำขึ้นใช้เองบำรุงต้น ก็ช่วยให้ต้นมะนาวให้ผลลูกใหญ่ มีน้ำมาก ไร้เมล็ด ให้ผลดก

ขณะเดียวกัน ลุงสิทธิ์ยังมีรายได้จากการตอนกิ่งมะนาวออกขายด้วย โดยขายให้แก่ผู้สนใจ ในราคากิ่งละ 50 บาท ลูกค้านิยมซื้อกิ่งพันธุ์มะนาวจากสวนลุงสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เพราะได้กิ่งพันธุ์คุณภาพดี แข็งแรง เมื่อนำไปปลูกลงดิน ต้นมะนาวจะติดดอกออกผลมะนาวได้ในระยะเวลาไม่นาน

ลุงสิทธิ์ มีเคล็ดลับการตอนกิ่งมะนาวมาฝาก เริ่มจากเตรียมวัสดุที่จำเป็น ได้แก่ ใยมะพร้าวแช่น้ำ กะปิ เชือกฟาง ถุงพลาสติกใส มีดปลายแหลม วิธีการทำ เริ่มจากเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ที่มีขนาดเท่ากับดินสอ สีเขียวปนขาว หลังจากนั้นให้นำมีดกรีดลงไปเป็นทางยาว ประมาณ 1 นิ้ว

แล้วปอกเปลือกให้เหลือแกนสีขาว ทากะปิรอบๆ กิ่ง ตรงแผลที่ต้องการตอนกิ่ง หลังจากนั้น นำใยมะพร้าว ใส่ในถุงพลาสติก กรีดตรงกลางถุงตามความยาวพอประมาณ หุ้มกิ่งตอนก่อนจึงค่อยนำเชือกฟางมัดหัวท้าย รอประมาณ 20 วัน จะเห็นรากงอกมาจึงค่อยตัดโคนกิ่งก่อนนำไปปลูก

สินค้าเด่น ติดอันดับสินค้าขายดีอันดับ 1 ของสวนลุงสิทธิ์ ก็คือ ดินปลูกลุงสิทธิ์ สำหรับปลูกต้นไม้กระถางและปรับสภาพพื้นที่ ดินปลูก ผลิตจาก ปุ๋ยหมัก 90% มีสีดำ ร่วนซุยดี ผสมขุยมะพร้าวน้อย สามารถปลูกซ้ำได้ เพราะมีสิ่งมีชีวิตอยู่จำนวนมากในดิน ทำให้อากาศถ่ายเท และรากแตกแขนงได้ดี พืชได้รับสารอาหารครบถ้วน

เหมาะสำหรับใช้ปลูกผักไม้ผลในกระถาง ก็จะได้ผลผลิตที่ดี ต้นไม้เติบโตงอกงามได้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เคยมีคนทดลองปลูกต้นผักบุ้งในระยะเวลา 20 วัน เปรียบเทียบระหว่างดินถุงทั่วไปกับดินลุงสิทธิ์ พบว่า ดินลุงสิทธิ์ ต้นไม้ขึ้นได้ดีและสมบูรณ์กว่า และทดลองปลูกดอกกุหลาบ พบว่า ต้นกุหลาบ ดอกสีสด ใบสีเข้ม ปลูกผักขึ้นดี ปลูกมะนาวได้ลูกดก

นอกจากนี้ ลุงสิทธิ์ ยังผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ดสำหรับต้นไม้ผล ยางพารา และปาล์ม ออกจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจในราคาย่อมเยาด้วย ผู้สนใจเยี่ยมชมสวนเกษตรผสมผสานหรือสนใจสั่งซื้อสินค้าของลุงสิทธิ์ ติดต่อได้โดยตรงที่เบอร์โทร. 086-966-3053 และ 089-488-5775