ชูเกียรติ นาคพรม เกษตรกรจังหวัดเลย ปลูกถั่วเหลือง กับ ผักกาดขาวปลี ปลดหนี้ได้อย่างสบาย

ผู้เขียนและทีมงาน คือคนขับรถและช่างภาพ (สมัครเล่น) ได้เดินทางไปจังหวัดเลย เริ่มต้นที่อำเภอด่านซ้าย เมื่อเอ่ยถึงอำเภอด่านซ้าย ผู้อ่านทุกท่านต้องนึกถึงประเพณีแห่ผีของจังหวัดเลย

ประเพณีการแห่ผีตาโขนของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย เขามีมาช้านานแล้ว ตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ลูกหลานเลยสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน นั่นคือเอกลักษณ์ของเมืองเลย

เมืองเลยนั้น มีภูมิประเทศเป็นป่าเขาเสียส่วนใหญ่ ที่ราบนั้นมีน้อยมาก ชาวเมืองเลยจึงทำการเกษตรกันบนภูเขานั่นแหละ

สมัยก่อนนั้นใครอยากได้ที่ทำกินตรงไหนก็เข้าไปจับจองเอาได้เลย ไม่มีใครว่า แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้แล้ว ใครไปบุกรุกมีสิทธิ์เข้าคุกได้ง่ายๆ

เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณชูเกียรติ นาคพรม พ่อแม่เขาได้มาจับจองที่ดินทำกินไว้ ที่บ้านเลขที่ 4 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

ทั้งหมดประมาณ 30 ไร่ เป็นที่ดินติดลำห้วย เป็นเชิงเขา มีที่ราบให้ทำไร่ข้าวโพดหรือพืชไร่ได้อย่างสบาย หลังจากพ่อแม่แก่แล้ว คุณชูเกียรติจึงสานต่อ

แปลงปลูกถั่วเหลืองและผักกาดขาวปลีของคุณชูเกียรติยาวสุดลูกตา ถึงแม้จะเป็นที่ดินที่ไม่ใช่โฉนด เป็นแค่ใบจอง หรือใบเสียภาษี แต่ก็มีคนอยากได้ที่ดินแปลงนี้

เพราะอยู่ติดลำห้วย น้ำท่าไหลตลอดทั้งปี จะปลูกผักอะไรก็ได้ แต่คุณชูเกียรติไม่ยอมขายให้ใคร

“ผมว่าการขายที่ดินซึ่งไม่ใช่โฉนดมันก็มีความผิดอยู่แล้ว แล้วผมจะขายทำไม ในเมื่อที่ดินผืนนี้เหมือนขุมทองให้เราขุดหากินได้ตลอดทั้งชีวิต” คุณชูเกียรติ

เขาก็พูดแบบคนขยันทำมาหากิน แต่สำหรับคนขี้เกียจไม่ชอบทำมาหากิน พ่อแม่เสียชีวิต ลูกก็มักจะขายที่ดินของพ่อแม่กินจนหมด คนประเภทนี้ก็มีอยู่มิใช่น้อยสำหรับประเทศไทยเรา

ผู้เขียนและทีมงานได้ไปนอนบ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลกกสะทอน อากาศดีมาก หน้าร้อนก็เป็นหน้าหนาว กลางคืนอากาศเย็นสบายจนต้องห่มผ้าห่มนวม ไม่ต้องใช้แอร์ให้เปลืองไฟฟ้าเลย

คุณชูเกียรติ บอกว่า เขาปลูกผักหลายชนิด ส่งลูกเรียนหนังสือถึง 3 คน คนโตเรียนจบพยาบาลที่พิษณุโลก ได้ทำงานราชการแล้ว คนที่ 2 กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยจังหวัดเชียงใหม่ คุณชูเกียรติปลูกผักกาดขาวปลีสลับกับถั่วเหลือง

ผักกาดขาวปลีนั้นต้องปลูกในฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม ผักกาดขาวปลีเป็นผักอายุสั้น ทำเงินง่าย แค่ 45 วัน ก็ได้เงินแล้ว อีกอย่างเป็นผักที่มีน้ำหนักต่อหัวมาก 1 ไร่ จะได้ผักกาดขาวปลี หนักถึง 10,000 กิโลกรัม ถ้าดินดีก็จะได้ถึง 20,000 กิโลกรัม

เกษตรกรจะตัดขายส่งให้พ่อค้าคนกลางมารับเอาที่ไร่ จะได้กิโลกรัมละ 8-10 บาท ปลูก 10 ไร่ ก็เห็นเงินแสนได้ หักต้นทุนออกแล้วจะเหลือประมาณไร่ละ 40,000 บาท ผักกาดขาวปลีต้องใช้ปุ๋ยเคมีมาก

ต้นทุนการปลูกจึงต้องมาก แต่ 1 ปี จะปลูกได้ครั้งเดียวคือฤดูหนาวเท่านั้น พอถึงฤดูร้อนคือเดือนมีนาคม เมษายน จะปลูกผักกาดขาวปลีไม่ได้ เพราะผักกาดขาวปลีจะไม่เข้าหัว

จึงต้องปลูกถั่วเหลือง เรียกว่าปลูกตามออเดอร์ของผู้สั่งซื้อ หรือความต้องการของตลาดเท่านั้น

สำหรับถั่วเหลืองนั้นปลูกเท่าไรก็จะขายได้หมด ทางบริษัทจะเอาพันธุ์ไปให้เกษตรกรปลูกพันธุ์เชียงใหม่ จะได้ผลผลิตมากกว่าพันธุ์อื่น คือ 360 กิโลกรัม ต่อไร่ 10 ไร่ จะได้ 3,600 กิโลกรัม 20 ไร่ จะได้ 7,000 กิโลกรัม ต่อ 1 รอบ

ในระยะเวลา 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือนเศษ พ่อค้าจะให้ราคาที่ไร่ กิโลกรัมละ 20 บาท โดยเกษตรกรไม่ต้องออกไปขายที่ไหน แต่ในปัจจุบันจะได้ราคา กิโลกรัมละ 22 บาท เรียกว่าภายใน 1 ปี ไร่ของคุณชูเกียรติจะมีรายได้จากผักกาดขาวปลีและถั่วเหลือง

ทำให้มีรายได้หมุนเวียนตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องออกไปเร่ร่อนหางานที่ไหน ขายถั่วเหลือง 7,000 กิโลกรัม (20 ไร่) หักต้นทุนออกจะเหลือประมาณ 50,000-60,000 บาท ในระยะเวลา 3 เดือน ก็เท่ากับเกษตรกรมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท

โดยมีแรงงาน 3 คน คือ พ่อ แม่ ลูก แต่ชีวิตเกษตรกรบนดอยเขาไม่มีรายจ่ายอะไรมากมาย ไม่ต้องออกไปไหน ไม่มีค่าน้ำมันรถ ค่าเสื้อผ้าราคาแพง อินเตอร์เน็ต ชีวิตนี้ปราศจากหนี้สิน ก็น่าจะมีความสุขอย่างพอเพียง

เกษตรกรมีหนี้ก็หนี้หลักหมื่น ไม่ถึงแสนถึงล้าน เพราะไม่ได้ทำตัวฟุ่มเฟือย หรูหรา เก็บผักในสวนครัวทำกิน เพราะนอกจากจะปลูกผักไว้กินแล้ว ในเล้าไก่ก็มีไข่ไก่ ไข่เป็ด กุ้ง หอย ปู ปลา ในลำห้วยก็มีให้กินทั้งปี

สำหรับรายจ่ายของครอบครัวก็คือ ส่งเสียให้ลูกได้เรียน ซึ่งถ้าไม่มีที่ดินแปลงนี้ คุณชูเกียรติก็จะเอาเงินที่ไหนมาส่งลูกเรียนได้ คุณชูเกียรติจะต้องอยู่อย่างประหยัด ประหยัดก็คือ อย่าไปท่องเที่ยวที่ไหน

เพราะการออกไปคือรายจ่ายทั้งนั้น ตำบลกกสะทอนนี้เหมือนเป็นเมืองลี้ลับ คืออยู่ห่างจากตัวอำเภอ เกือบ 30 กิโลเมตร ไม่จำเป็นก็ไม่มีใครอยากไปไหน เพราะหมายถึงต้องช่วยค่าน้ำมันรถเป็นเงินหลักร้อย

หลักพัน เกษตรกรจึงไม่ออกไปไหน รอให้พ่อค้ามารับซื้อผลิตผลถึงไร่ หมู่ที่ 4 ตำบลกกสะทอน มีพืชผลการเกษตรหลายอย่าง เช่น กาแฟ ลูกหม่อน ถั่วเหลือง ผักกาดขาวปลี เสาวรส แก้วมังกร ยางพารา (มีน้อย) มันสำปะหลัง