เกษตรกรโคราช ปลูกสวนป่า 1 ไร่ ได้ 1 ล้าน. ส่งลูกเรียนจนจบปริญญา

ในสภาวะปัจจุบันความต้องการไม้เพื่อการใช้ประโยชน์ของมนุษย์มีมากขึ้น  จนป่าธรรมชาติไม่สามารถตอบสนองได้  ประกอบกับป่าธรรมชาติมีพันธุ์ไม้หลายชนิดขึ้นร่วมกันและไม้บางชนิดไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือลักษณะทางนิเวศวิทยาไม่เหมาะสมสำหรับการสืบต่อพันธุ์เมื่อปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยนแปลง การบริหารจัดการกระทำได้ยากมีช่วงการตัดฟันยาวนานและเมื่อดำเนินการแล้วไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนสภาพป่าธรรมชาติมาเป็นสวนป่า   โดยมีชนิดพันธุ์ไม้เป็นที่ตรงตามความต้องการ สายพันธุ์ดี โตเร็ว ให้เนื้อไม้ที่มีคุณภาพ และได้ขนาดเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์

เดี๋ยวนี้ คนทำงานประจำ เริ่มออกมาทำเกษตรกันมากขึ้น เหมือนพึ่งนึกได้ว่า “เคยได้รับมรดก” ถ้าเป็นเมื่อก่อนคนไม่มีใครสนใจอ ยากทำ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันล้ำเลิศ มันเข้าถึงได้ง่าย อะไรที่ไม่เคยทำเป็นก็ทำเป็น อะไรที่ไม่เคยรู้ก็รู้ได้ง่ายๆ

หญิงแกร่งปี 2O18 ที่ผ่านมา คุณธวัลรัตน์ คำกลาง เกษตรกรดีเด่นแห่งตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เธอคือหญิงผู้รักต้นไม้ เป็นชีวิตจิตใจ แรกเริ่มพื้นที่ตรงนี้พ่อกับแม่อพยพมาจากอำเภอสูงเนิน แล้วมาได้งานเฝ้าสวนที่ตำบลวังกะทะ

พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะสวนป่า มันคือสิ่งที่ต้องปลูกทิ้งไว้ กว่าจะทำเงินได้ต้องรอหลายปี “แรกๆ ใครก็หาว่าเขาบ้า มีที่ดินดีๆ เอามาปลูกสวนป่า ปลูกไปเมื่อไรจะโต เชื่อสิยังไงก็ไปไม่รอด” คำพูดเหล่านี้หญิงแกร่งคนนี้ ไม่เคยลืม

แต่ปัจจุบัน คำพูดสบประมาทเหล่านี้ ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง หากคนเรามุ่งมั่น และมีแบบแผน อย่างไรแล้วความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล

ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรือความโชคดีของคุณ ธวัลรัตน์ เจ้าของที่จะย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นจึงเอ่ยปากขายที่ให้กับพ่อแม่ของตน พ่อกับแม่จึงตกลงซื้อเอาไว้โดยมีพ่อแม่และพี่น้องช่วยกันผ่อน จำนวน 1OO ไร่ และเมื่อตนมีครอบครัวพ่อแม่ก็แบ่งสันปันส่วนที่ให้กับเราและพี่น้องอีก 6 คน คุณธวัลรัตน์ ได้รับส่วนแบ่งที่ดินมาถึง 24 ไร่ แรกเริ่มปลูกสวนป่า เพราะความชอบไม่ได้คิดอะไร

ปลูกเพื่อเรียนรู้ : การจะปลูกพืชอะไรต้องปลูกเพื่อเรียนรู้ก่อน ไม่ปลูกเยอะ พยายามเรียนรู้ให้เข้าใจในพืชนั้นๆ เรียนรู้ทั้งเรื่องของการเจริญเติบโต อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิต โรคแมลงต่างๆ ปุ๋ยยา เมื่อปลูกน้อยๆ แล้วเรียนรู้จนแน่ใจแล้วจึงค่อยข ยายเพิ่มอย่าเริ่มปลูกมากๆ โดยยังไม่รู้จักมัน มันจะพาจน

ทำให้ออกในช่วงแพง : หรือ นอกฤดู คือ เมื่อเราปลูกขั้นแรกจนเรียนรู้เข้าใจดีแล้ว เราก็เริ่มเรียนรู้ที่จะทำให้มีผลผลิตในช่วงราคาแพง หรือ ทำนอกฤดู เพื่อขายได้ราคาดี ไม่มีปัญหาในด้านการตลาด

ขายผลพลอยได้ : คือ ทำพันธุ์ขายทั้ง เมล็ด พันธุ์ กิ่ง พันธุ์ เพาะกล้า หรือ แม้กระทั่งแปรรูปผลผลิต การขายผลพลอยได้ จะช่วยสร้างรายได้ได้มาก อาจได้มากกว่าขายผลผลิตด้วยซ้ำ

การทำการเกษตรให้หายจน ต้องปลูกพืชเป็น 3 ระยะ จะหายจน เลี้ยงปลา ไก่ เป็ด จะมีกิน โดยเลี้ยงแบบธรรมชาติไม่เลี้ยงด้วยหัวอาหาร เช่น เลี้ยงด้วยหอยเชอรี แหน เศษอาหาร ผลไม้ ที่เหลือในสวน

ทั้งคู่มีอาชีพเกษตรกรก็สามารถมีเงินส่งลูกเรียนจบปริญญาได้

เขาวางแผนปลูกป่าเพื่ออนาคตลูก ที่นี่มีพื้นที่ปลูกป่าทั้งหมด 24 ไร่ แบ่งเป็น 6 แปลง แปลงละ 4 ไร่

แปลงที่ 1 พื้นที่บนสุดเป็นพื้นที่ลาดชัน คือ เป็นป่าปล่อย เอาไว้เก็บกำไรกิน คือได้ไม้ที่ไม่ต้องปลูก

แปลงที่ 2 ถัดลงมาเมื่อลูกเกิดเราจะปลูกแปลงนี้ก่อน 4 ไร่ ปลูกไม้โตช้า ไร่ละ 2OO ต้น 4 ไร่ เท่ากับ 8OO ต้น

ถ้าลูกโตมา จบ ม.6 อายุ 18 ปี เท่ากับต้นไม้มีอายุ 18 ปี ต้นนี้จะตีราคา สักต้นละ 5,OOO บาท 8OO ต้น

เขาจะมีเงิน 4 ล้านบาท เงิน 4 ล้านบาทนี้ ก็เก็บไว้ให้เขาเป็นทุนการศึกษาสำหรับลูกคนที่ 1

แปลงที่ 3 ปลูกไม้โตช้าไว้อีก 4 ไร่ ให้ลูกสาวคนที่ 2 จัดสันปันส่วนให้เท่ากับลูกคนที่ 1 ทุกอย่าง

แปลงที่ 4 และแปลงที่ 5 เป็นแปลงด้านล่าง แบ่งไว้ให้อีกคนละ 4 ไร่ คนละ 8OO ต้น

แปลงที่ 6 แปลงสุดท้าย คือส่วนของสามีและภรรยา แบ่งไว้ปลูกผักสวนครัว ทำนา ป่าปล่อย เก็บกินรายวันไป

เป็นการวางแผนที่ดีมากๆ เลยนะคะ ตอนเด็กๆ ปริญญาก็เคยแอบน้อยใจนะ ทำไมพ่อแม่ไม่ทำอะไรแบบนี้ไว้ให้ เชื่อไหมคะว่า ปริญญาไม่มี สมบัติ หรืออะไรติดตัวมาแม้แต่ชิ้นเดียว บ้านก็ไม่มี ได้ฟังเรื่องต่อไปนี้แล้วก็คิดได้ หากวันหนึ่งแต่งงานมีลูกก็คงจะทำอะไรไว้ให้ลูกแบบนี้แหล่ะ เขาจะได้ไม่ลำบากเหมือนเรา

สำหรับท่านที่สนใจการปลูกสวนป่า หรืออ ยากได้แง่คิดการใช้ชีวิตที่ดี สามารถโทร.ปรึกษาหรือเข้าไปเยี่ยมชมที่ สวนคุณธวัลรัตน์ คำกลาง และ คุณชัชนรินทร์ อ่อนราษฎร์ โทร. (O82) 141-5474

ข้อมูลและภาพจาก Liekr

เรียบเรียงโดย เกษตรกรเสาร์อาทิตย์