เรื่องเล่าของพ่อ ครั้งในหลวง ร.9 ท่านเคยถูกตำรวจบีบแตรไล่ขณะติดไฟแดง

ในยุคปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่นั้นหันมาใช้รถยนต์มากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากได้รับความเป็นส่วนตัวแล้วนั้น ยังสามารถเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างต้องการ ไม่ว่า จะเป็นในกรุงเทพฯ หรือ ต่างจังหวัด แต่ก็อาจจะต้องพบเจอกับปัญหาการจราจร กันสักหน่อย ซึ่งการใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ของคนในปัจจุบันนั้น ผู้ขับขี่มี ความรู้เกี่ยวกับจราจร มากน้อยขนาดไหน และสามารถปฏิบัติตามกฎจราจร ข้อที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามได้หรือไม่

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า กฎจราจร คือ ส่วนหนึ่งของกฎหมาย จราจร ซึ่งเป็น กฎหมาย หลักในการควบคุมการจราจร ให้มีระเบียบและมีความเรียบร้อย เรียกได้ว่าเป็นกฎระเบียบกฎหมาย จราจรที่ใช้กันเป็นหลัก

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต ครั้งเมื่อในหลวงร.๙ ถูกรถของ รัฐมนตรี บีบแตรไล่ สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ท่านเป็นคนเขียนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง โดยได้เขียนเอาไว้ว่า

สำหรับเรื่องที่จะเล่านี้ เกิดขึ้นเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน บนถนนในกรุงเทพมหานคร มีรถคันหนึ่ง ได้ขับไปบนถนนเส้นนั้นโดยในรถคันดังกล่าว มีเพียงชายผู้หนึ่งที่กำลังขับรถอยู่เพียงคนเดียวและในระหว่างทางที่ขับไปนั้น

พระเจ้าอยู่หัว ทรงติดไฟแดง ชายดังกล่าวได้จอดรถแวะข้างทางเพื่อซื้อกาแฟ ๑ ถุง และได้ออกรถไปจนกระทั่งขับมาถึงสี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง ชายดังกล่าวก็ได้จอดติดไฟแดงอยู่ จนมีรถตำรวจคันหนึ่งซึ่งขับนำรถเบนซ์มาได้บีบแตรไล่รถที่ชายผู้นั้นจอดติดไฟแดงอยู่นั้นให้ถอยไป

และรถตำรวจยังได้พูดผ่านไซเรนว่า นี่เป็นรถนำขบวนรัฐมนตรี ให้รถของชายดังกล่าวหลบไป แต่รถของชายผู้นั้นก็ไม่หลบให้ กระทั่งตำรวจได้ลงจากรถมาที่รถของชายดังกล่าวและเรียกให้ชายผู้นั้นลงจากรถ พอชายผู้นั้นได้ลงมาจากรถ ตำรวจที่ได้เห็นชายคนนั้นถึงกลับเป็นลมล้มทั้งยืน สร้างความตกใจให้แก่ตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่ในรถต้องวิ่งลงมาดูพร้อมกับรัฐมนตรี

พอตำรวจและรัฐมนตรีมาถึง ทั้งคู่ได้เห็นชายดังกล่าว ทั้งตำรวจและรัฐมนตรีได้นั่งลงไปกับพื้นทันที เสมือนกับว่าขาทั้งสองข้างได้อ่อนแรงลงไปทันใด และได้เงยหน้ามองดูชายซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าตนด้วยอาการตัวสั่น ชายคนนั้นที่ทั้งคู่ได้เห็น เป็นชายที่มีรูปอยู่บนธนบัตร คือ ในหลวงองค์ปัจจุบันนั่นเอง ในหลวงได้ตรัสถามรัฐมนตรีและตำรวจติดตามว่า

พวกท่านจะรีบไปไหนหรือถึงกับจะต้องฝ่าไฟแดงข้าพเจ้ายังรอติดไฟแดงได้เลยรัฐมนตรีไม่ตอบได้แต่นั่งตัวสั่นและกราบลงบนพระบาทและในหลวงก็ได้ทรงขึ้นรถ ตำรวจที่นำขบวนรัฐมนตรีมานั้นก็ได้ทูลว่า ให้ข้าพระพุทธ เจ้าขับรถนำรถพระที่นั่งของพระองค์ไปมั้ยพุทธเจ้าข้า

ในหลวงตรัสว่า เราไม่ต้องการให้ท่านมานำขบวนรถเราหรอก เราขับไปเองคนเดียวได้ ท่านไปนำรถของท่านรัฐมนตรีเถอะ และในหลวงก็ได้ทรงขับรถออกไปจากสี่แยกนั้น โดยไม่ได้มีรถตำรวจนำไปแต่อย่างใดเลย

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยทรงเล่าถึง ในหลวงร.๙ ว่าท่านเสด็จ ไปเยี่ยมประชาชนทุกภาคของประเทศทรงขับรถเอง หนทางเรียกว่ากันดารไม่ใช่น้อยบางครั้งก็ทรงขับรถข้ามแม่น้ำที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อต้องการเห็นความเป็นอยู่ของประชาชนตามเขตชายแดนต่างต่าง

โดยพลตำรวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจราชสำนักประจำ และเป็นผู้ที่ ในหลวงร.๙ ไว้วางพระราชหฤทัย ยังเคยเผยว่า ทรงขับรถพระที่นั่งเองทั้งขาไปและกลับ แม้ระยะทางไกลเพียงไหนหรือเวลานานเท่าใด

ขอบคุณข้อมูลจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล (เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)

เกร็ดความรู้

สัญญาณไฟจราจร แบบมาตรฐาน (TRAFFIC SIGNAL MODULE) เป็นสัญญาณไฟที่มีทั้งหมด 3 สี คือ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งเป็นหลอดไฟธรรมดา ใช้งานกันทั่วๆไป

สีที่ปรากฏบนสัญญาณไฟจราจรมีความหมายดังนี้

สีเขียว – อนุญาตให้รถขับผ่านไปได้

สีเหลืองอำพัน – เตรียมให้รถหยุด

สีแดง – หยุดรถ

ขอบคุณข้อมูล  ปริญญาชีวิต