“ไมยราบ” วัชพืชไร้ค่าของไทย ขายได้ราคาดีในญี่ปุ่น

กลายเป็นเรื่องราวสุดไวรัลในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียว หลัง ต้นไมยราบ ต้นไม้ที่หลายคนมองว่าเป็นแค่พืชเด็กเล่นและเป็นวัชพืชตัวร้ายที่เห็นแล้วต้องกำจัดทิ้งอย่างเดียว ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของมันที่เวลาเราไปแตะโดนใบ ใบมันจะเกิดการพับเก็บทันที แต่มันกลับถูกนำไปใส่กระถางและวางขายในประเทศญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว

สมุนไพรไมยราบ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า กระทืบยอด หนามหญ้าราบ (จันทบุรี), หงับพระมาย (ชุมพร), ก้านของ (นครศรีธรรมราช), ระงับ (ภาคกลาง), หญ้าปันยอด หญ้าจิยอบ,จิ๊ยอบ (ภาคเหนือ), กะหงับ ด้านของหงับพระพาย (ภาคใต้), หญ้าปันยอบ กะเสดโคก หญ้างับ เป็นต้น

โดยล่าสุดทางเพจ ขี้เล่า ได้ออกมาโพสต์ภาพหญ้าไมยราบ ที่ชาวญี่ปุ่นนำไปวางขาย ในราคา 2 ต้น 40 บาท โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า ธัมโมมมมมมมมมมมมมอิ ญี่ปุ่น เอาหญ้าจิ๊ยอบมาขาย 2 กระถาง 130¥ หรือประมาณ (40บาท) แถวบ้านเรานี่เด็ดทิ้งถอนทิ้งไป สมัยเด็กขี่รถถีบแล้วล้มใส่นะ หนามมันนะ จิ้มจนขาลายเลย กลับไทยรอบหน้าต้องถอนมาขายบ้างแล้ว 5555555

จากความคิดเห็นมีคนมาแปลให้แล้ว ว่ากันว่าการหุบของใบ เตือนแผ่นดินไหวได้ซึ่งต้นหญ้าไมยราบ นั้นหลายคนคิดว่าเป็นพืชสมุนไพรสำคัญของไทย และมีดอกและใบสวยงาม อีกทั้งยังมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นท์ด้วยว่า การหุบใบของไมยราบนั้นสามารถแจ้งเตือนแผ่นดินไหวได้ด้วย ประโยชน์เยอะจริงๆ

ต้นไมยราบ มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ซึ่งประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาโดยกรมทางหลวงเพื่อนำมาใช้คลุมหน้าดิน โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มักแผ่ทอดเลื้อยตามพื้นดิน บางครั้งจะสูงถึง 1 เมตร ต้นมีน้ำตาลแดง มีขนาดเล็ก และมีขนหยาบ ๆ ปกคลุมที่ลำต้น แกนก้านใบ ท้องใบ รวมไปถึงช่อดอก และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ไมยราบ เป็นพืชล้มลุกที่มีลักษณะพิเศษ คือ หากได้รับแรงสั่นสะเทือน ก้านและใบก็จะตอบสนองด้วยการหุบตัวลงอย่างรวดเร็ว และยังเป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลและมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับผักกระเฉด

สมุนไพรไมยราบ ในปัจจุบันได้มีการนำไปศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดนำมาใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน โดยจากงานวิจัยนี้เองก็เป็นตัวตอกย้ำภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยในสรรพคุณของไมยราบ และยังได้มีการยืนยันด้วยว่าการดื่มชาสมุนไพรตัวนี้ต่างน้ำทุกวันก็ไม่มีผลข้างเคียงหรือพิษใด ๆ เลย แม้กระทั่งในสัตว์ทดลองก็ไม่พบถึงอาการผิดปกติแต่อย่างใด นอกจากนี้ไมยราบยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีกมากมาย โดยส่วนที่นำมาใช้ก็ได้แก่ ต้น ราก ใบ และทุกส่วนของต้น (ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล)

สรรพคุณของไมยราบ

ช่วยบำรุงร่างกาย (ทั้งต้น)

ต้นแห้งนำมาต้มกับน้ำกินช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้ (ต้น)

ไมยราบทั้งต้นนำมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำมาตากจนแห้งสนิทและนำมาต้มกินต่างน้ำ สามารถช่วยรักษาโรคกษัยได้ (โรคกษัย คือ โรคสังขารเสื่อม ซูบซีด ผอมแห้งแรงน้อย เบื่ออาหารง่าย มีอาการเจ็บปวดเมื่อยตามตัว โลหิตจาง) (ทั้งต้น)

ช่วยแก้เบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะสารสกัดน้ำจากต้นและรากของไมยราบขนาด 20 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมสามารถออกฤทธิ์ช่วยลดระดับน้ำตาลได้เทียบเท่ากับการใช้ยามาตรฐานโทลบูตาไมด์ (Tolbutamide) ขนาด 100 มก./กก. น้ำหนักตัว โดยจะออกฤทธิ์ได้อย่างต่อเนื่องนานถึง 5 ชั่วโมง

ทุกส่วนของต้นนำมาหั่นแล้วคั่วโดยใช้ไฟอ่อน ๆ จะมีกลิ่นหอม สามารถนำไปชงดื่มแทนชา ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ (ทั้งต้น)

ช่วยขับโลหิต (ต้น)

ช่วยแก้เด็กเป็นตานขโมย (ทั้งต้น)

ช่วยแก้ตานซางในเด็กเล็ก (ทั้งต้น)

ช่วยในการระงับประสาท (ราก)

ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ทั้งต้น)

ประโยชน์ของต้นไมยราบ ดั้งเดิมก็คือการนำมาใช้ปลูกเพื่อคลุมหน้าดิน แต่ก็ยังมีประโยชน์อีกหลากหลายด้าน โดยมีการใช้ลำต้นไมยราบนำมาใช้ทำเป็นรั้วบ้าน ไม้ค้ำผัก หรือนำมาใช้ทำเป็นฟืน หรือใช้เผาถ่านเพื่อประกอบอาหาร รวมไปถึงการใช้ไมยราบสุมไฟให้วัวให้ควาย เพื่อขับไล่ยุง ริ้น ไร ในช่วงพลบค่ำได้อีกด้วย

นอกจากนี้ประโยชน์ไมยราบด้านอื่น ๆ คือการนำลำต้นของไมยราบมาดัดทำเป็นสิ่งประดิษฐ์ เช่น การทำกรอบรูป การทำเป็นกระถางต้นไม้ในรูปแบบต่าง ๆ เพราะต้นไมยราบเป็นไม้ที่ดัดง่าย สามารถดัดเป็นรูปทรงต่าง ๆ ได้ จะใช้ทำเป็นกระเช้าหรือกระถางใส่กล้วยไม้ หรือไม้ดอกไม้ประดับ รวมไปถึงโครงกระเป๋าต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

เมื่อ 40 ปีก่อน ไมยราบยักษ์เป็นวัชพืชร้ายแรง ระบาดรุนแรงในเขื่อนกิ่วลม จ. ลำปาง และอ่างเก็บน้ำในภาคเหนือ ที่รกร้างในจังหวัดเขียงใหม่ สองฝั่งแม่น้ำปิง ต่อมาแพร่กระจาย มาขึ้นสองข้างทางคลองรังสิต จนต้องเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาไมยราบยักษ์นานถึง 10 ปี เมล็ดสามารถพักตัวอยู่ในดินได้นานกว่า 5 ปี

สมัยนั้น มีผลงานวิจัย ว่า สารกำจัดวัชพืช ไดแคมบา (dicamba) ที่ศาลเพิ่งสั่งห้ามใช้ในอเมริกา มีประสิทธิภาพดีในการควบคุมไมยราบยักษ์

คนญี่ปุ่นนิยมนำไปปลูกไว้ในบ้าน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนการเกิดแผ่นดินไหว เพราะเมื่อมีแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย ใบจะหุบลงทันที

แต่คนยุโรป ปลูกเป็นบอนไซประดับบ้าน เพราะดอกเป็นกระจุกสีชมพูอ่อนสวยงาม

สำหรับคนไทย..ขอร้องว่า อย่านำมาปลูกตามบ้านเลยนะคะ โดยเฉพาะไมยราบยักษ์…กำจัดยากมากค่ะ

ขอขอบคุณที่มาจาก : ขี้เล่า, medthai