กระสอบสองใบ “จากแม่ฝากถึงลูกๆ” (เขียนสอนลูกได้ดีมาก)

สำหรับเรื่องนี้อย  ากให้ค่อย ๆ อ่ านอย่ างช้า ๆ และทำความเข้าใจไปด้วย หวังว่าอ่ า นจบแล้วจะได้ข้อคิดอะไรกลับมาหลายอ ย่ า งเลยโดยเฉพาะคนเป็นลูกอย า กให้ทุกคนได้อ่านกัน เรื่องก็มีอยู่ว่า

มีนักโ ท ษคนหนึ่งชื่อ หลัวกัง ซึ่งเข าได้ติ ดคุ กอยู่หลายปีแล้ว และไม่มีใครมาเยี่ยมเลยสักครั้ง

เข าก็เห็นนั ก โ ท ษคนอื่น ๆ มีญาติมาเยี่ยมพร้อมเสบียงอาหารมากมาย เข าเลยได้เพียรเขียนจดหมายถึงพ่อ แม่ วอนให้มาเยี่ยมตนบ้าง

เข าได้ส่งจดหมายไปหลายฉบับแต่ก็ไม่มีออะไรเกิดขึ้น ทุกอ ย่ า งยังคงเงียบเหมือนเดิม เข าเลยคิดว่าพ่อ แม่ คงตัดข าดจากเข าแล้ว เลยรู้สึกน้อยใจและเสียใจเป็นอ ย่ า งมาก

เข าเลยตัดสินใจเขียนจดหมายอีกครั้งโดยบอกว่า “หากไม่มาเยี่ยมอีก พวกเข าได้เสียลูกชายคนนี้ไปแน่นอน” และเข าก็ไม่ได้ขู่พ่อแม่เพียงเล่นๆ เท่านั้น

เพราะเข าถู ก นั กโทษอีกหลายคนที่ต้องโ ท ษฉ ก ร ร จ์ชวนให้แหกคุก และด้วยความที่น้อยเ นื้ อ ต่ำใจอ ย่ า งมากที่โดนพ่อแม่ทั้ง เข าจึงรับคำชักชวนเหล่านั้น

ในขณะที่พวกเข านั่งคุยกันวางแผนการแ ห ก คุ ก  ก็มีเจ้าหน้าที่มาแ จ้ ง ว่ า “นัก โ ท ษห ลิ วกั ง มีคนมาเยี่ยม” ซึ่งก็สงสัยว่า

ใครกันที่มา พอถึงห้องเยี่ยมก็ต้องตกใจ “แม่” ไม่ได้เจอกันแค่ปีเดียวแม่เปลี่ยนไปมาก เข าจำหน้าแม่แทบไม่ได้เลย

ทั้งที่อายุแค่ 50 กว่า ๆ เท่านั้น หั ว แ ม่ ข าวโพลนไปหมด หลังค่อมเหมือน กุ้ ง ผอมจนโ ท ร มแทบไม่เหลือเค้าเดิมเลย เสื้อผ้ าก็เ ก่า ข าดรุ่ ง ริ่ ง ไปหมด เท้าเปลือยเปล่า รองเท้าไม่มีใส่ ตัวมีแต่ร อ ย แ ผ ล ถ ล อ กมีคราบ ส กป รก เ ลื o ด แ ห้ งเกาะเต็ม และข้าง ๆ แม่มีกระสอบเก่า ๆ อยู่ 2 ใบ

เข าตกใจกับสภาพแ ม่ ที่เห็นมาก แม่น้ำต าเ อ่ อ ล้ นออกมาแล้วพูดกับเข าว่า “ลูกสบ ายดีไหม จดหมายที่ลูกส่งไปบ้านแม่ได้รับทุกฉบับ อ ย่ าว่ าแม่ใ จ ร้ า ยเลยนะ แต่มันป ลี ก ตั วออกมาเยี่ยมลูกไม่ได้จริง ๆ พ่อแกป่ ว ย ห นั กแม่ต้องดูแลเข า แล้วระยะทางจากบ้านมาที่นี่ก็ไกลโขอยู่”

ในระหว่างที่คุยกันนั้นเจ้า  หน้ า ที่ก็ ยก ช าม บะหมี่ร้อน ๆ มาให้ แล้วพูดว่า “คุณป้าครับ เดินทางมาไกล กินบะหมี่ก่อนแล้วค่อยคุยต่อ”

ซึ่งแม่ก็ลุกขึ้นแล้วปฏิเ ส ธว่า “ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้” หั วห น้ า ยื่นชามใส่มือแม่แล้วพูดว่า “คุณป้าก็อ า ยุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่ผม คุณป้าไม่ต้องเกรงใจ นึกเสียว่ากินบะหมี่จากลูกหลานสักชามก็แล้วกัน” แม่เลยไม่ปฏิเสธอีก รับมาแล้วก็ก้มห น้ า ก้ มต ากิน อ ย่ างเอร็ดอร่อยมาก คล้ายกับว่าไม่ได้กินมาหลายวันมาก ๆ

หลังแม่ทานข้าวอิ่มเข าก็ถามแม่ว่า “เ ท้ าแม่เป็นอะไร ทำไมไม่ใส่รองเท้า” แม่ไม่ได้ตอบแต่ หั ว ห น้ าชิ งตอบก่อน “แม่แกเดินเท้าจากบ้านมาถึงนี่ รองเท้าสึกจนข าดก ร ะ จุ ด ห ม ด ระ หว่ า งทาง”

เข าก็ตกใจ “แม่เดินมา” หลิงกังหวนนึกถึงเส้นทางจากบ้านมาถึงนี่ก็ประมาณ 200 กิโลเมตรเห็นจะได้ แถมเส้นทางก็เป็นภู เข  าหิน

เข านั่งลงกับพื้นแล้วประคองเ ท้ าแม่ที่บ ว มแทบไม่เป็นรูปทรงขึ้นมาเบ า ๆ “แล้วทำไมแม่ไม่นั่งรถมา ทำไมไม่ซื้อรองเท้าใส่อีกสักครู่”

แล้วแม่ก็ดึงเท้ากลับแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “นั่งรถทำไม ค่อย ๆ เดินมาก็ได้อยู่ เ อ อ ปีนี้เ กิ ดโ ร ค ระ บ า ด คนในหมู่บ้าน เ สี ยชี วิ ตหมด หมด ฝนก็แล้ง

เก็บเกี่ยวไม่ค่อยได้ พ่อแกก็ ป่ ว ย ห นั ก เสียเ งิ นรั ก ษ าไปเยอะ หากพ่อแกอ า ก ารดีกว่านี้พวกเราคงมาเยี่ยมลูกนานแล้ว อ ย่ าโกธรพ่อ แม่เลยนะ”

หัวหน้าก็ยืนฟังอยู่ข้างๆ มีแอบเช็ดน้ำต า แล้วก็เดินออกจากห้องไป “แล้วอาการพ่อดีขึ้นหรือยัง?” เข ายังไม่ได้ยินคำตอบจากแม่

พอเงยหน้าก็เห็นแม่เช็ดน้ำต าอยู่ “ผ งมั นคงเข้าต า ถามถึงพ่อใช่ไหม พ่อดีขึ้นเยอะแล้ว พ่อฝากมาบอกว่า อ ย่ าได้เป็นห่วงพ่อ ขอให้ลูกกลับเนื้อ กลับตัวเป็นคนดีก็พอ”

แล้วหัวหน้าก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมคูปองของสหกรณ์คอมมูนที่เอาไว้แลกเสบียงอาหาร และของใช้จำเป็นยื่นให้แก่แม่หลิวกังจำนวนหนึ่ง

“คุณป้าครับ นี่เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อยๆจากเจ้าหน้าที่ของเราทุกคนที่นี่ อ ย่ า เดินเท้าเปล่ากลับบ้านเด็ดข าด ไม่งั้นหลิวกังคง ทุ ก ข์ใจแน่ ๆ ”

เข าก็ปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่ได้หรอกลู ก ฉั น พักที่นี่ รบกวนพวกคุณมากแล้ว หากรับเ งิ นจากคุณอีกก็เหมือน ส า ป แ ช่ งตัวฉันเองว่าไม่รู้บุ ญ คุ ณ”

แล้วหัวหน้าก็บอกว่า

“คนเป็นลูกไม่มี ปั  ญ ญ าดูแลพ่อแม่ แล้วยังทำให้ท่านต้องห นั ก อ กห นั  ก ใจ อีก นี่ยังต้องเดินเท้าเ ป ล่ า ตั้งหลายกิโลเพื่อมาเยี่ยมลูก

หากต้องเดินเท้าเปล่ากลับบ้าน หลิวกังก็คงไม่เหลือความเป็นม นุ ษ ย์ อยู่ในตัวแล้ว”

หลิวกังนั่งร้องไห้ พูดเสียงสั่นเ ค รื อว่า “แม่”และยังมีเสียงร้องไห้ระ ง มจากนั ก โ ท ษคนอื่นที่เจ้าหน้าที่ให้มาสังเกตการณ์การเยี่ยม

และมีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ตรวจสอบสัมภาระของญาติ ก็ให้ผ่ านเข้ามาง่าย ๆ เข าก็ได้แกล้งพูดว่า

“อ ย่ าร้องไห้เลยแม่มาเยี่ยมก็ควรดีใจ ยิ้มกันให้มากกว่านี้ แกดูสิว่าแม่เอาอะไรมาฝากบ้างหลิวกัง”

พอพูดจบเข าก็คว้ากระสอบใบแรกแล้วเทของออกมา แม่ห้ า มไม่ทัน ทุกคนก็หันไปเห็นอึ้ ง กันหมด ซึ่งในนั้นมี หมั่นโถวแห้งๆ ขนมปังแผ่นแข็ง ๆ ที่แตกหักไม่ต่า  งจ า กก้อนหินเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ใครเห็นก็มองออกว่าคงเป็นเสบียงที่แม่นั้นได้ขอมาตลอดทาง แม่รู้สึก อ า ยแล้วพูดว่า

“ลูกจ๋า อ ย่ า โ ท ษ แม่เลยนะที่ต้องทำแบบนี้ ที่บ้านไม่สามารถหาอะไรมาให้ลูกได้จริง ๆ ”

หลิวกังเหมือนยังไม่ได้ยินที่แม่พูด ส า ย ต ายังจับจ้องไปที่ของในกระสอบ ส่วนกระสอบใบที่สองมันเป็นกล่องใส่อัฐิกล่องหนึ่ง หลิวกังก็งงไปหมด

แล้วถามแม่ว่า “นี่มันอะไรกัน”

แล้วแม่ก็ท รุ ดลงอ  ย่ า งหมดแรง เ นื้ อ ตั ว สั่ น รออยู่นานแล้วแม่ก็พูดว่า “นั่นคืออัฐิของพ่อแก”

เพราะอย ากจะรวบรวมเ งิ นเพื่อเดินทางมาเยี่ยมลูก พ่อเลยยอมทำงานหนักทั้งวันทั้งคืน ร่างกายเลยรับไม่ไหวสุดท้ายก็ล้ ม ป่ ว ยลง รั ก ษ ายังไงก็ไม่ดีขึ้นและสุดท้ายก็ เ สี ยชี วิ ต

แต่พ่อก็บอกว่า “พ่อคงน อ นต  า  ย ต าไม่ ห ลั บแน่ เพราะไม่เคยมาเยี่ยมลูกสักครั้ง”

เลยบอกแม่ว่า “แม้เข า เ สี ยไปแล้วก็ขอให้แม่พามาเยี่ยมลูกให้ได้ ขอพบหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายในชาตินี้”

หลิวกัง ตั ว สั่ น แ ร ง สะ อื้ นหนักมากพร้อมน้ำต าไหลพ ร า ก “พ่อครับ ผมกลับเนื้อกลับตัวแน่นอน พ่ออ ย่ าได้เป็นห่วง ผมขอโทษ” แล้วเข าก็ทิ้งตั วคุ ก เข่ าลงกับพื้นอย่ างแรง เหล่านั ก โ ท ษ คนอื่น ทรุ ดต ามและร้อง ไห้ กัน ระ ง ม

จากเรื่องนี้คงจะได้เตือนสติให้กับหลายคนได้ ว่า อ ย่ าได้สร้างความหนักอ ก ห นั กใ จให้แก่พ่อแม่มากนัก ควรจะทำตัวเป็นคนดี เป็นลูกที่ดี ดูแลท่านให้ได้ต ามกำลังที่มีไม่ทำอะไรให้ท่านต้อ งเ ดื อ ดร้อนและคิดมากต ามไปด้วย การที่มีเราเกิดมาก็เพราะพวกท่าน อ ย่ าลื ม ตอบแทนบุญคุณท่านตอนที่ท่านยั งมีชี วิตอยู่

กระสอบ 2 ใบจากแม่ส่งถึงลูก