พ่อกับแม่เสี ยใจม ากนะ หากวันหนึ่งได้ยินคำพูดเหล่านี้จากลูกๆ

มีคำโบราณ เคยกล่าวไว้ว่า “มีผู้สูงอายุอยู่ในบ้าน…เหมือนมีสิ่งล้ำค่า”บ่อยครั้งที่เรามักจะใส่ใจคนนอกบ้าน มากกว่าคนในบ้านทั้ งให้ความสำคัญ และใช้เวลาอยู่กับคนนอกบ้านมากกว่าแต่กับคนในบ้าน กลับ “ล ะ เ ล ย” ความรู้สึกเข าไปซะอย่างงั้นอาจจะเป็นเพราะ “ความเคยชิน” ที่คิดว่า เจอกันอยู่ทุกวัน เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อถึงวัยชรา คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องแก่ลง และไม่มีเรี่ยวแรงไปต ามกาลเวลา ซึ่งเมื่อถึงวันนั้นแล้ว ลูกบ างคน เพิ่งจะตอบแทนพระคุณของท่านในสิ่งที่ท่านต้องการ

เดี๋ยวค่อยดูแล จึงทำให้เราเลือกที่จะเมิ นเฉ ยต่อคนในบ้านไม่ต้องรีบร้อน ที่จะทำอะไรให้ท่าน เพราะกลับมาบ้านก็ยังต้องเจอกันอยู่แต่คุณกำลัง…ลืมอะไรไปอยู่หรือเปล่า“พ่อแม่” ไม่ได้มีเวลาอยู่กับเรา หรือรอเราไปได้…ตลอดชี วิ ตดังนั้น จงให้ “ความสำคัญ” ท่านเป็นอันดับแรก…ก่อนเสมอ

หลายคนออกไปเรียนต่างจังหวัด หลายๆคนออกไปทำงานต่างจังหวัด การได้เจอสังคมใหม่ สิ่งใหม่ ย่อมสนุกสนาน แต่อย่าลืมว่า พ่อกับแม่ ที่เฝ้ารอคอยอยู่ที่บ้าน ท่านรออย่างมีความหวังว่าเราจะกลับไป แค่กินข้าวสักมื้อพ่อแม่ก็มีความสุขมากแล้ว ยิ่งเราโตขึ้น ภาระหน้าที่รับผิดชอบเราก็มากขึ้นต ามมาด้วย ทำให้บ างครั้งเราก็อาจจะพูดอะไรไม่ดีกับท่าน จงจำไว้เสมอว่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่พ่อแม่ไม่อย ากได้ยินจากลูกเลย

ของเก่าๆพวก นี้เก็บไว้ทำไม ร กบ้านเปล่าๆ ใช้ก ารอะไรก็ไม่ได้!(มันอาจจะไร้ค่าสำหรับเรา แต่มันอาจมีค่าสำหรับพ่อแม่ของแต่ละชิ้นล้วนมีประวัติศาสตร์เราไม่ดีใจเหรอ ขอ งที่เราใช้ในตอนเด็ก วันนี้มันยังอยู่กับเรา?)ประโยคนี้ เราอาจเค ยพูดกับพ่อแม่ คุณๆทั้งหลายครับ อย่ ารอจนถึงวันที่เรารู้คุณค่าแต่ท่านไม่อยู่เสียแล้ว…

ผมโต แล้ว ผมรู้ว่าผ มจะต้องทำยังไง พูดอยู่ได้ รำคาญ!

บอกกี่ครั้งแล้วว่ าอย่ ากินของที่เหลือ บอกแล้วไม่รู้จักจำ(พ่อแม่ ประหยัดกินประหยัดใช้จนเป็นนิสัย บอกท่านทำให้น้อยลง ดีกว่าให้ท่านเป็นคนเก็บของเก่ามากินเอง)

ผมรู้ว่าผมจะกินอ ะไรวันหลังไม่ต้องทำเ ผื่อ! (พ่อแม่เฝ้ารอคอยลูกๆกลับบ้านความรักความอาทรถูกเติมลงไปในอาหารที่ทำ จงรับเอาความห่วงห าอาทรนี้ไว้เถิดอย่ าทำร้ า ยน้ำใจของท่านเลย มีคนจำนวนเท่าไหร่ที่อย ากทานอาหารที่พ่อแม่ปรุงให้ แต่ไม่มีโอกาสนั้นแล้ว!)

พอแล้วๆ รู้แล้ว จู้จี้จริงๆ พูดอ ยู่นั่นแหละ!

มีอะไรอีกไหม ไม่มีอะไร จะวางสายละนะ!(ที่พ่อแม่โทรมา ก็เพราะอย ากจะได้ยินเสียงลูกอย ากถามไถ่ความเป็ นอยู่อย่ าได้เห็นเป็นเรื่องน่ารำคาญ ทีพูดกับเพื่อนกับแฟนยังพูดได้เป็นชั่ วโมง)

พูดยังไงพ่อกับ แม่ก็ไม่เข้าใจหรอก ไม่ต้องถามแล้วนะ!

บอกพ่อกับแม่ กี่ครั้งแล้วว่าอย่ าทำ ถึงทำไปก็ไม่เห็นจ ะดีอะไรเลย(พ่อแม่แก่เฒ่า มีใจแต่ไร้กำลังแต่การที่พูดแบบไม่คิดอย่ างนี้ กลับกลายเป็นการทำร้ า ยจิตใจของท่านแทน)

ความคิดแบบนี้ มันโบราณไปแล้ว ยุคนี้ทำอย่ างนี้ไม่ได้ หรอก(คำแนะนำของพ่อแม่อาจจะช่วยอะไรเราไม่ได้แต่ทำไมเราไม่เปลี่ย นมาเป็นรับฟังอย่ างน้อยอาจมีสิ่งดีๆที่เราคาดไม่ถึง ออกมาจากประสบการณ์ของพ่อแม่ก็เป็นได้)

บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าไม่ต้องเข้ามาจัดห้อง เห็นไหมล่ะ! หาข องไม่เจออีกแล้ววันหลังไม่ต้องยุ่ ง! (ห้องร ก ต้องรู้จักจัดเก็บ ไม่จัดเก็บให้ดี ก็อย่ าได้โทษพ่อกับแม่)

อย่ าเอาของโปรดมาให้กิน ในวันที่พ่อแม่กินไม่ได้

อย่ าพาไปเที่ยว ในวันที่พ่อแม่ไม่มีเรี่ ยวแร งจะเดิน

อย่ าขอโท ษพ่อแม่ ในวันที่ส ายเกินไปแล้ว

อย่ าอย ากจับมือ ในวันที่พ่อแม่ ไม่รู้สึกแล้ว

อย่ าบอกรัก บอกคิดถึง ในวันที่พ่อแม่ไม่ได้ยินแล้ว

อย่ าอย ากกอดพ่อแม่ ในวันที่เหลือเพียงแต่รูปท่านให้กอด

อย่ ารอ กราบเท้าพ่อแม่ ในวันสุ ดท้ ายของชี วิ ตท่าน

พ่อแม่เสี ยใจมากนะ หากได้ยินคำพูดนี้จากลูก

ที่มาเนื้อหาบ างส่วนจาก : นุสนธิ์บุคส์