ลูกใต้ใบ สมุนไพรบำรุงตับ ลดน้ำตาลในเลือด

หญ้าใต้ใบ ชื่ออื่นๆ มะขามป้อมดิน ไฟเดือนห้า หมากไข่หลัง หมากใต้ใบ ลูกใต้ใบ สรรพคุณทั้งต้น แก้ไข้ทุกชนิด ขับปัส สาวะ

รักษาริดสีดวงทวาร กามโรค ปวดท้องดีซ่าน ลดความดันโลหิต แก้ปวดหลังปวดเอว บำรุงร่างกาย แก้หวัด แก้เบาหวาน ยาขับประจำเดือน

แก้ประจำเดือนมามากกว่าปกติ ยาแก้นิ่ว ยาแก้ไข้ทับระดู แก้ปวดเข่า ข้ออักเสบ

“ลูกใต้ใบ” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus amarus Schumach & Thonn อยู่ในวงศ์ EUPHORBIACEAE เป็นสมุนไพรที่แพร่กระจายอยู่ในหลายๆ ประเทศ

ทั้งในบราซิล เปรู หมู่เกาะแคริบเบียน อินเดีย ไทย ลาว พม่า เขมร และเป็นสมุนไพรที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักดี เพราะขึ้นในทุกพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย ในแต่ละพื้นถิ่นที่มีลูกใต้ใบ หมอยาจะมีการใช้ลูกใต้ใบเหมือนๆ กัน คือ ใช้เป็นยาแก้นิ่ว แก้โรคตับ แก้ปวดเมื่อย แก้เบาหวาน

กระทรวงสาธา รณสุขเปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้คนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคเกี่ยวกับตับสูงที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยชาย = 36.9 ต่อประชากร 100,000 คน และหญิง = 15.2 ต่อประชากร 100,000 คน

ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งตับ โรคไวรัสตับอักเสบบี ภาวะสะสมไขมันในตับ ตับแข็ง เป็นต้น โดยแต่ละวันมีผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยถึง 30 รายทั่วประเทศ ทั้งยังมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ

สรรพคุณที่เกี่ยวกับตับของลูกใต้ใบ คือ ใช้บำรุงตับ ลดอาการตับอักเสบ สร้างความสมดุลของไขมันในตับ หมอยาชาวจีนเชื่อว่า ถ้ากินลูกใต้ใบติดต่อกันหนึ่งสัปดาห์จะช่วยกำจัดของเสียออกจากตับ มีผลทำให้สายตาดี บำรุงตับ รักษาอาการดีซ่าน

ซึ่งก็คล้ายกับหมอยาพื้นบ้านไทยและหมออายุรเวทอินเดีย ที่มีควมเชื่อว่า ลูกใต้ใบเกิดมาเพื่อตับ ใช้ต้มกินเป็นยาเพื่อแก้ดีซ่าน แก้ตับอักเสบตัวเหลือง ตาเหลือง

ซึ่งมีรายงานการศึกษาวิจัยพบว่าสารสกัดจากลูกใต้ใบมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากสารพิษ เช่น เหล้า ช่วยรักษาอาการอักเสบของตับทั้งประเภทเฉียบพลันและเรื้อรัง ช่วยปรับไขมันในตับให้เป็นปกติ

และเหมาะที่จะใช้ทำเป็นชาสมุนไพรให้แก่คนไข้ที่เป็นมะเร็งตับ เพราะมีรายงานการศึกษาวิจัยพบว่า น้ำต้มของลูกใต้ใบทำให้หนูที่เป็นมะเร็งตับมีอายุยืนยาวขึ้น

ด้วยกลไกที่ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตช้าลง แต่ไม่ได้กำจัดเซลล์มะเร็งโดยตรง

นอกจากนี้ ลูกใต้ใบยังมีอีกหลายสรรพคุณแก้โรค ชาวบ้านในหลายพื้นที่นิยมตากลูกใต้ใบให้แห้ง เก็บใส่โหลไว้ชงเป็นชากินเพื่อแก้ไข้ แก้อักเสบ แก้ปวดเมื่อย

ลูกใต้ใบ ยังเป็นสมุนไพรยอดนิยมของผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ที่เป็นโรคเบาหวานได้

โดยมีการศึกษาวิจัยทางเภสัชวิทยาพบว่า สารสกัดของลูกใต้ใบมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่ต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันตามคำสั่งแพทย์ และมีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ

สรรพคุณของลูกใต้ใบอีกประการหนึ่งคือ เป็นสมุนไพรที่จัดว่ามีการใช้กับระบบทางเดินปัสสาวะมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมีการนำไปใช้รักษาอาการมีไข่ขาวในปัสสาวะ

อาการติดเชื้อในทางเดินปัส สาวะ ทางเดินปัส สาวะอักเสบ ใช้ในการขับปัส สาวะ ลดอาการบวม และขับกรดยูริคออกทางปัส สาวะ ซึ่งช่วยในผู้ที่เป็นโรคเกาต์

ตำรับยาแก้ไข้ แก้ดีซ่าน แก้ร้อนใน ขับเหงื่อ ขับปัส สาวะ แก้อาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แก้ไอสำหรับเด็ก ปรุงเป็นยาแก้อักเสบ แก้โรคตับ ตัวเหลือง ตาเหลือง คุมเบาหวานได้ดี ตำพอกรักษาแผลอักเสบให้แห้งเร็ว

โดย นำลูกใต้ใบสดๆ ทั้ง 5 (ต้น ใบ ดอก ผล ราก) จำนวน 1 กำมือ (ถ้าต้นแห้งให้กะเหลือประมาณครึ่งหนึ่ง) ผสมน้ำ 3 แก้ว ต้ม เคี่ยวให้เหลือ 1 แก้ว กินครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 3-4 เวลาก่อนอาหาร

ตำรับยาแก้ปวดหลังปวดเอว บำรุงร่างกาย แก้หวัด แก้เบาหวานใช้ลูกใต้ใบทั้ง 5 ล้างน้ำสะอาด

สับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง ใส่หม้อดินต้ม ดื่มน้ำยาต่างน้ำชา

ตำรับยาแก้ปวดเข่า ข้ออักเสบ ลูกใต้ใบทั้ง 5 กับดอกหญ้าขาวทั้งห้า ต้มน้ำกิน

ตำรับยาแก้ไข้ทับระดูนำลูกใต้ใบทั้ง 5 ล้างน้ำให้สะอาด ตำละเอียด ผสมสุรา คั้นเฉพาะน้ำยา กินครั้งละ 1 ถ้วยชา

ตำรับยาแก้นิ่วลูกใต้ใบทั้ง 5 จำนวน 1 กำมือ ตำพอแหลก คั้นน้ำให้ได้ครึ่งถ้วยชา เอาสารส้มขนาดปลายนิ้วก้อยละลายลงไป ดื่มให้หมดครั้งละครึ่งถ้วยชา วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร

ดื่มติดต่อกันให้ได้ 3 วัน จากนั้นใช้ลูกใต้ใบทั้ง 5 จำนวน 1 กำมือ ต้มกับน้ำตาลทรายแดงให้พอหวาน ดื่มต่างน้ำติดต่อกันอีก 3 วัน ขึ้นวันที่ 7 ดื่มน้ำอ้อยสด วันละ 1 ขวดน้ำปลา อีก 3 วัน

เพื่อล้างนิ่วเป็นขั้นสุดท้าย รวม 1 รอบ การรักษาเป็นเวลา 9 วัน

ตำรับยาแก้ประจำเดือนมามากกว่าปกติใช้รากสดต้นลูกใต้ใบ ตำผสมกับน้ำซาวข้าวกิน

ตำรับยาขับประจำเดือนใช้ต้นลูกใต้ใบต้มกินขับประจำเดือนตำรับยาแก้นมหลงหญิงที่คลอดบุตรแล้วน้ำนมที่เคยไหลหยุดไหล และมีอาการปวดเต้านมร่วมด้วย

เรียกอาการนี้ว่า นมหลง ถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นฝีที่นมได้ วิธีใช้ คือ เอาลูกใต้ใบทั้ง 5 จำนวน 1 กำมือ ตำผสม เหล้าขาว คั้นเอาน้ำกิน 1 ถ้วยชา เอากากพอก ทำเพียงครั้งเดียว ไม่กี่นาที นมจะไหลออกมา

อ้างอิงข้อมูลจาก หนังสือสมุนไพรไทย และมูลนิธิหมอชาวบ้าน