สีข้าวสารขา ยเอง ได้กำไรดีกว่าโรงสี

สวัสดีครับ ช่วยนี้เราต้องยอบรับว่าราคาข้าวที่ชาวนา หรือสันหลังของชาติ ได้ราคาที่ตกต่ำมากๆ จนชาวนาบางคนขา ยแล้วยังขาดทุนก็มี แล้วเราจะทำอย่างไรละเพื่อที่จะได้ไม่เสียเปรียบนายทุน วันนี้เราเริ่มเห็นชาวนาเริ่มหันมาสีข้าวสารขา ยเอง หลังราคาตก เผยได้กำไรดีกว่า เกษตรกรหลายรายได้ตั้งแผงขา ยข้าวสาร พร้อมขึ้นป้าย “ข้าวสารชาวนาราคาถูก” ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ที่สัญจรผ่านไปมา แวะเวียนเข้ามาซื้อกันไม่ขา ยสาย

วันนี้เรามีตัวอย่างของยายสมเกลี้ยง วีระตะโก ครอบครัวชาวนา ได้ทำการเปิดแผงริมถนนเป็นร้านขา ยข้าวสารให้กับผู้โดยสารที่ขับขี่สัญจรไปมา โดยคุณยายได้บอกกับเราว่าในช่วงนี้ราคาข้าวเปลือกถูก จนไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงมีชาวนาบางรายทดลองสีข้าวมาตั้งแผงขา ยริมถนน ซึ่งได้รับความนิยมมีผู้ใช้รถใช้แวะเข้ามาซื้อกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านอีกหลายราย ทำเลียนแบบ จนเป็นที่รู้กันของผู้ซื้อขาประจำว่าบริเวณนี้ขา ยข้าวสีเองจากชาวนาโดยตรง

เป็นข้าวที่ชาวนาปลูกเอง และมีการดูและทนุถนอมรักษาคุณภาพกันเป็นอย่างดีไม่ให้มีสิ่งเจือปน อีกทั้งเป็นข้าวสารที่สีมาใหม่ๆ วันต่อวัน ทำให้เวลาหุงข้าวจะหอมน่ากินมากๆ ปัจจุบัน ที่แวะมาซื้อเป็นจำนวนมาก ยิ่งใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ร้านคุณยาจะขา ยดีเป็นพิเศษ เกี่ยวข้าวเสร็จก็ไม่ต้องนำข้าวไปขา ยให้โรงสีเช่นทุกปี รวมถึงเพื่อนเกษตรกรในหมู่บ้านก็ได้มีการติดต่อขอซื้อข้าวเปลือก เพื่อนำไปสีเป็นข้าวสารขา ยด้วยเช่นกัน ซึ่งให้ราคาที่สูงกว่าขา ยให้กับโรงสีข้าว และยังเป็นการช่วยเหลือเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน

ทีนี้เรามาดูกันครับว่าระหว่างการสีข้าวจำหน่ายเอง กับให้โรงสีราคาต่างกันอย่างไร อันนี้เป็นราคาปัจจุบันนะครับ ราคาข้าวถ้าขา ยให้โรงสีกิโลกรัมละประมาณ 8-12 บาท แต่ถ้านำมาสีขา ย ราคาข้าวหอมมะลิใหม่จะขา ยได้กิโลกรัมละ 30 บาท หากเป็นข้าวคัดพิเศษ เมล็ดสวย จะตกกิโลกรัมละ 40 บาทเลยทีเดียว ลูกค้าจึงชื่นชอบซื้อข้าวจากเกษตรกรโดยตรงมากกว่า เพราะมั่นใจว่าเป็นข้าวจากชาวนาตัวจริง เสียงจริง ไม่เหมือนการซื้อข้าวบรรจุถุงตามตลาดทั่วไป

สำหรับใครที่เดินทางแวะผ่านไปก็อย่าลิมไปอุดหนุนคุณยายกันด้วยนะครับเพื่อส่งเสริมให้ชาวนา ทำเกษตรอยู่ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งนายทุน เรีบบเรียงโดยเกษตรุ่นใหม่ไม่จน และต้องขอขอบคุณที่มาhttps://www.one31.net/